รัฐบาล เตือน ร้านค้า-ผู้ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส อย่าใช้ผิดวัตถุประสงค์ ย้ำตรวจพบ ไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เข้าข่ายผิดฐาน “ฉ้อโกง” มีโทษสูง ทั้งจำทั้งปรับ
30 ต.ค. 68 – น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล ว่า จุดประสงค์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
เพื่อการศึกษา หรือวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และได้กำหนดสินค้าและบริการต้องห้ามไว้อย่างชัดเจน หากร้านค้าหรือผู้ใช้สิทธิฝ่าฝืนอาจถูกระงับสิทธิได้ทันที
โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าว ประกอบด้วย สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift Voucher) และบัตรเงินสด รวมถึงการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า
นอกจากนี้ ห้ามผู้ประกอบการรับ หรือเรียกรับ ทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์ในรูปแบบอื่นใดจากการขายอาหาร และเครื่องดื่มผ่านบริการ Food Delivery ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม และห้ามผู้ร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการ หรือก่อให้เกิดอุสรรคต่อการดำเนินโครงการของรัฐ
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า ขอเตือนประชาชน ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วนำมาขายสิทธิให้ผู้อื่น และร้านค้า หรือกลุ่มร้านค้าร่วมกับมือกับผู้ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เป็นการกระทำที่มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” (มาตรา 341/342 ประมวลกฎหมายอาญา) มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐบาล รวมถึงต้องคืนเงินให้รัฐบาลด้วย