กกต. ประกาศ พร้อมจัดเลือกตั้งควบประชามติ ขีดเส้นส่งคำถามแรกไม่เกินกลางเดือน ม.ค. 69 ขอเวลาทำงาน 75 วัน ก่อนหย่อนบัตร มั่นใจ 5 ทุ่มรู้ผลทุกหน่วย
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้งว่า กกต. มีความพร้อมจัดเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป และการออกเสียงทำประชามติ ไม่ว่าจะทำพร้อมกันหรือไม่ ถ้าจัดพร้อมกันก็ใช้หน่วยเดียวกัน
โดยกกต.ขอเวลา 75 วัน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทำความเข้าใจและจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของฝ่ายที่เห็นต่าง แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบจำนวนคำถามประชามติ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการของกกต. ทั้งเรื่องจำนวนบัตร กระดานนับคะแนน หากคำถามมากก็ใช้กระดานนับคะแนนมาก หากบริหารจัดการดีก็สามารถจัดคำถามให้อยู่ในบัตรเดียวได้ก็จะลดจำนวนกระดานลง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีคำถามส่งมาให้กกต.กี่หน้า ก็ขอให้พอสมควร เพื่อให้กกต.เกิดความเข้าใจ และใช้เวลาในการจัดพิมพ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการตัดสินใจ โดยไม่มีการชี้นำ รวมถึงจัดเวทีให้คนเห็นต่างแสดงความเห็นโดยไม่ชี้นำ ซึ่งกกต.จะต้องรับมือกับการพูดเรื่องประชามติในเวทีหาเสียง และพูดหาเสียงบนเวทีประชามติ ซึ่งจะต้องบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ควบคู่กับกฎหมายประชามติ
“กกต.ไม่มีปัญหาในเรื่องการจัดการเลือกตั้งและทำประชามติในคราวเดียวกัน แต่ถ้าเป็นไปตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ บอกว่าจะมีการเลือกตั้ง 29 มี.ค.2569 กกต.ต้องการเวลาในการให้ความรู้ และเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจในประเด็นที่จะมีการทำประชามติทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ MOU
ซึ่งกรอบตามกฎหมายกำหนดให้ทำไม่น้อยกว่า 60 วัน แต่ไม่เกิน 150 วัน ซึ่งหากกำหนดที่ 60 วัน กกต.ก็สามารถทำได้ แต่ค่อนข้างเหนื่อย จึงต้องการเวลา 75 วัน นับย้อนจากวันที่จะเลือกตั้งและประชามติ ในวันที่ 29 มี.ค. 2569” นายแสวง กล่าว
นายแสวง กล่าวว่า ตามข่าว คือ มีการประกาศเจตนารมณ์ของผู้มีอำนาจว่าจะยุบสภาวันไหน ซึ่งก็ต้องนับย้อนขึ้นมา สภาก็ต้องทำคำถามประเด็น MOU ให้เสร็จ เพราะเป็นเรื่องที่ครม.บอกได้เลย ส่วนประเด็นร่างรัฐธรรมนูญยังไม่รู้ว่ามีกี่คำถามในประชามติ ถามอะไรบ้าง จึงอยู่ที่ว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จวันไหน ตอนนี้จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นไปตามเวลาที่กำหนดหรือไม่
ถ้าล่าช้า บริหารไม่ดี เวลาตามกฎหมายที่กำหนดให้จัดเลือกตั้ง กับที่กำหนดให้ทำประชามติมีความเหลื่อมกัน กรณีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ที่รัฐสภาว่าจะส่งคำถามแรกมาที่กกต.เมื่อไหร่ หากส่งช้าก็จะกินกรอบเวลา 75 วัน และทำให้การออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสส.ไม่สามารถจัดในวันเดียวกันได้
เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ส่วนเรื่องงบประมาณ ไม่ว่าการเลือกตั้งหรือประชามติต้องใช้เงินแน่นอน งบที่ตั้งทุกครั้งจะใช้จ่ายตามหลักการของกฎหมาย เพื่อความโปร่งใส การมีส่วนร่วม การอำนวยความสะดวก
เหตุที่งบสูงเพราะมีจำนวนผู้มีสิทธิเพิ่มเป็น 53 ล้านคน จำนวนหน่วยเลือกตั้งต้องหาใหม่ เพราะมีการเพิ่มการทำประชามติควบคู่ไปด้วย โดยจะเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 หน่วย จากเดิมมี 90,000 หน่วย รวมถึงต้องมีการเพิ่มวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีการเพิ่มเติม จึงต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ กปน. รวมแล้วประมาณ 14 คนต่อหน่วย
ทั้งนี้ ต้องมีการขานคะแนนพร้อมกัน โดยบัตรสีไหนก็ให้หย่อนที่หีบสีนั้น แต่หากหย่อนบัตรผิดกล่อง ไม่ถือว่าเป็นบัตรเสีย แต่ถือเป็นบัตรพลัดหลง สามารถนำไปนับคะแนนได้ ทั้งนี้ ตั้งเป้าบริหารจัดการให้จบใน 23.00 น.
อย่างไรก็ตาม รวมๆ กปน.ต้องทำงานนานกว่า 17 ชั่วโมง จึงต้องมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ด้วย ฉะนั้นโดยสรุปงบกว่า 90% จะลงไปตรงหน่วยหมด และครั้งนี้กฎหมายให้คนไทยในต่างประเทศออกเสียงประชามติ หากเลือกตั้งพร้อมประชามติ ซึ่งการนับคำแนนนั้นจะแยกกัน โดยบัตรเลือกตั้ง สส. สถานทูตจะต้องส่งกลับมานับที่ประเทศไทย ส่วนบัตรประชามติกฎหมายให้นับที่หน่วยเลือกตั้ง
ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างลำบาก เพราะมีจำนวนคนทำงานที่สถานทูต 30-40 คน เท่านั้น ทั้งนี้จะมีการทดลองทำประชามติ คู่การเลือกตั้งสส. 2 หน่วยว่าจะมีการบริหารจัดการ การใช้เวลานานแค่ไหน
นายแสวง กล่าวว่า ข้อดีการออกเสียงพร้อมกัน คือประหยัดงบแน่นอน ไม่เป็นภาระประชาชนมาวันเดียวก็ได้ออกเสียงไปเลย และอาจจะได้ความชอบธรรมมาด้วย เพราะสถิติการเลือกตั้ง สส. มีเปอร์เซ็นต์ผู้มาใช้สิทธิ์สูง
อย่างครั้งที่แล้วมาใช้สิทธิ์ กว่า 75% ส่วนการเลือกตั้งอย่างอื่น มีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% เท่านั้น เรื่องการกำหนดวันนั้นยังไม่มีการกำหนด แต่สิ่งที่กกต.ทราบ คือเรามีความพร้อมในการจัดเลือกตั้งพร้อมการทำประชามติ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะมีความชัดเจน ซึ่งต้องหารือกับนายกฯ อีก 1-2 ครั้ง ส่วนตอนนี้ที่คนพูดกันเพราะว่ามีการทำ MOA ว่าจะมีการยุบสภาในวันนั้นวันนี้เท่านั้นเอง
ทั้งนี้ การเลือกตั้งสส. สามารถลงคะแนนล่วงหน้าได้ และลงนอกเขตได้ ส่วนการออกเสียงทำประชามติไม่สามารถออกเสียงล่วงหน้าได้ แต่ประชาชนสามารถออกเสียงนอกเขตได้และต้องทำในวันจริงเท่านั้น ดังนั้น ประชาชนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศก็ไม่ต้องไปลงคะแนน 2 รอบ หรือกลับภูมิลำเนาแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า ที่บอกว่าจะมีการรวบประชามติ 1 ใบ เท่ากับวันนั้นจะมีบัตร 3 ใบ คือ บัตรลงคะแนนสส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ จากก่อนหน้านี้บอก 4 ใบ ดังนั้น แนวโน้มป็นอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ แต่มีเหตุผลของมัน ซึ่งจะให้มีกี่ใบไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เราต้องเอาประชาชนเป็นหลัก คือไม่เพิ่มภาระประชาชน ไม่ทำให้เกิดบัตรเสีย
ยกตัวอย่างคำถามประชามติครั้งที่ 1 กับครั้ง 2 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้ทำรวมกันได้ กับเรื่อง MOU ก็รวมได้ ซึ่งจะประหยัดงบแน่ๆ กว่า 55 ล้านบาท แต่สิ่งที่จะคิดตามมา คือ ประชาชนจะสับสนหรือไม่ เพราะมีคำถามเยอะ ซึ่งในช่วงการขาน การอ่าน 4 คำถามก็ต้องมี 4 กระดาน ดังนั้น เรากำลังประเมินว่าอะไรจะดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้าตามที่กกต.ตั้งกำหนดขอเวลา 75 วัน ในการเผยแพร่ให้ความรู้ประชาชน เพื่อจัดเลือกตั้งพร้อมลงประชามติ ดังนั้น เท่ากับว่าผู้เกี่ยวข้องจะต้องส่งประเด็นคำถาม โดยเฉพาะรัฐสภา ต้องส่งคำถามประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับครม. และส่งให้กกต. ก่อนวันที่ 13 ม.ค. 2569 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินวันที่ 28 ม.ค.2569 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลา 60-150 วัน ของกฎหมายประชามติ 2568