โรม ชงญัตติด่วน จี้นายกฯ ปราบสแกมเมอร์ ดึงนานาชาติร่วมปฏิบัติการ แนะออก พ.ร.ก.ปราบ ยกเครดิต‘ชาดา’มองออกใครเป็นโจร ซัดรัฐบาลซื้อเวลาไร้คืบหน้า

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา จำนวน 3 ญัตติ เกี่ยวกับข้อตกลงที่นายกฯไปเซ็นที่มาเลเซีย 3 เรื่อง

โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน ของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณา โดยที่ประชุมให้พิจารณาไปคราวเดียวกัน

นายรังสิมันต์ อภิปรายว่า ประเทศไทยมีมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ และอินเทอร์เน็ต น่าเสียดายว่าไม่พบการขยายผลเพื่อระงับยับยั้งความเสียหาย รวมถึงดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น หม่อง ชิตตู ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง แม้ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดแล้ว แต่พบว่าเรื่องยังค้างอยู่แบบนั้น รวมถึงกลุ่มไทยเทาด้วย

วันนี้เราต้องยอมรับปัญหาสแกมเมอร์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ระหว่างกัมพูชากับไทย แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความร้ายแรงซับซ้อน และยังมีกระบวนการการฟอกเงิน จากเงินดำเป็นเงินขาว และนำไปดำเนินธุรกิจแข่งขันกับคนไทยกับคนทั่วโลกได้ ซึ่งประเทศไทยกำลังเป็นศูนย์กลางแบบนี้

นายรังสิมันต์ อภิปรายว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา แต่ไม่สามารถจัดการกับเคสใหญ่ระดับโลกอย่าง บริษัทปรินซ์ กรุ๊ป ได้เลย เพราะบอกว่าต้องรอคดีมูลฐานถึงจะดำเนินการได้ ทั้งที่กฎหมายระบุว่าแค่เพียงสงสัยก็ดำเนินการได้ แต่ไม่ทำ

ตนสงสัยว่าหากประเทศไม่ได้ประโยชน์จากแก๊งสแกมเมอร์ ทำไมถึงไม่ดำเนินการอะไน ตนคิดว่าสิ่งที่เป็นเขื่อนกั้นไม่ให้กลไกของรัฐดำเนินการได้ สงสัยว่าต้องมีนักการเมืองเทา เจ้าหน้าที่รัฐเทาหรือไม่ ที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ถ้านายกฯ อยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ อยากเป็นเจ้าภาพ อยากดึงสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เข้ามาร่วมปฏิบัติการ ซึ่งตนมีข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาสแกมเมอร์คือ 1.นโยบายเป็นรูปธรรมชัดเจน เช่น เอ็มโอยูกับประเทศต่างๆ ประกาศกรอบเวลาให้ชัด

2.มีแผนปฏิบัติการชัดเจน ตั้งศูนย์ยุทธการมอนิเตอร์ข้อมูลประเทศต่างๆ 24ชั่วโมง ตลอด 7 วัน ร่วมมือแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เช่น อินเตอร์โพล เพื่อปิดแหล่งอินเทอร์เนต แหล่งเงิน ทำลายโครงสร้างอาชญากรรม 3.กระทรวงดีอี แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเป็นมาตรการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงประกาศให้ชัดเจนต่อการจับกุมบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ

นอกจากนั้นขอให้รัฐบาลเร่งปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยช่วงปิดสมัยประชุมอาจประกาศใช้ พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เพื่อจัดการอย่างจริงจัง 4.ประกาศโครงสร้างทำงานให้ชัด ขอถามว่าวันนี้ในรัฐบาลปัจจุบันใครคือแม่ทัพเบอร์ 1 นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะนายกฯคนเดียวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

5.วางกรอบเวลาและเคพีไอ แต่ละช่วงเวลาจะเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง รัฐบาลต้องแถลงต่อประชาชนให้ชัด บางคนเป็นอาชญากรตัวเอ้ จะถูกจับหรือไม่ บางคนไปเอาเงินมาจากไหน อยู่ๆมีเงินเป็นหมื่น]hานบาท แล้วอยู่ๆก็สามารถไปซื้อธุรกิจได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น

และ 6.เรื่องความเชื่อมั่นตนเข้าใจดีว่าการตั้งรัฐบาลนี้เป็นวิธีการที่แม้เคยเห็นมาก่อน มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย และเข้าใจว่าเมื่อนายอนุทิน ก็มีความพยายามไปรวบรวมเสียงให้ได้มากที่สุด

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนต้องให้เครดิต นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานวิปรัฐบาล ที่รู้ว่าใครเป็นโจร เรื่องนี้ต้องขอบคุณควรสร้างอนุสาวรีย์ให้เลย ประธานวิปรัฐบาล รู้ว่าใครคือโจร นายกฯไม่รู้ใช่หรือไม่ ถ้าเรื่องนี้นายกฯไม่สามารถเคลียร์ให้จบได้ ไม่มีทางที่จะประชาชนจะเชื่อมั่นในการแก้ปัญหา

ถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไข คือทุนเทาจะยึดประเทศ เงินเหล่านี้ถูกฟอกในประเทศไทยผ่านธุรกิจต่างๆ ทั้งร้านอาหาร มูลนิธิ สมาคม ไปจนถึงบริษัทใหญ่ การที่ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน จะสร้างปัญหาต่างๆ มาก ทั้งภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ปล่อยไว้ภาพลักษณ์ของเราจะไม่แตกต่างจากกัมพูชา

หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาพธุรกิจของไทยจะเกิดการแข่งขัน กับธุรกิจที่มีเงินไม่จำกัดเป็นเงินสีเทา กิจการของคนไทยจะค่อยๆ ถูกซื้อโดยกลุ่มทุนเทา ประเทศไทยกำลังถูกทุนเทายึดประเทศ

“สุดท้ายซื้อการเมืองไทย เผลอๆ เลือกตั้งรอบนี้พรรคที่แข่งขันอาจมีอยู่ 4 พรรค มีสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และมีสีดำ เผลอๆ เงินเหล่านี้ลงสู่การเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วทำลายประเทศ ยึดอำนาจรัฐ หน่วยตรวจสอบทั้งหมดก็ทำอะไรไม่ได้ พวกผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เจอนิติสงครามทุกรูปแบบ เผลอๆ เจอทุนเทาใช้นิติสงครามด้วย วันนี้เราต้องยอมรับว่าพวกแก๊งสแกมเมอร์กำลังจะซื้อประเทศไทย นี่คือความจริงอันโหดร้าย” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือ การซื้อเวลาโดยที่ไม่ทำอะไร ไม่มีความคืบหน้ากี่ยวกับสแกมเมอร์ รัฐบาลเพียงแต่ตั้งคณะกรรมการและไม่ได้มีแผนงานอย่างเป็นรูป จึงขอตั้งคำถามว่ารัฐบาลอยากปราบสแกมเมอร์จริงหรือไม่

หากอยากปราบสิ่งที่รัฐบาลต้องทำลำดับแรกคือ การร้อยเรียงทุกหน่วยงาน กำหนดโครงสร้างเคพีไอมือปราบให้ชัด งบประมาณต้องใส่ลงไป เข้าใจว่ามีกฎหมายบางฉบับที่ค้างอยู่ที่กระทรวงการคลัง ซึ่งจะทำให้อำนาจของ ก.ล.ต.เข้าถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทต่างๆ ซึ่งบางครั้งใช้บริษัทบังหน้า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การปราบสแกมเมอร์อย่างแท้จริง

“ผมคาดหวังกับนายกฯ ทำหน้าที่สมกับความคาดหวังของประชาชน อย่าให้ประชาชนต้องเสียความคาดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เช่นนั้นประเทศไทยคงจะตกอยู่ภายใต้อาณาจักรสีเทา อาณาจักรเงามืด ที่ยึดประเทศของเรา” นายรังสิมันต์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน