สส.ภูเก็ต ปชน. โวยคมนาคมสั่งศึกษา-ออกแบบ “อุโมงค์ป่าตอง” ใหม่ทั้งหมด ทำโครงการที่คนภูเก็ตรอมานับสิบปีต้องเลื่อนออกไปอีก ถามมีผลประโยชน์-เงินทอนเบื้องหลังหรือไม่
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม สั่งปรับแผนโครงการทางพิเศษช่วงกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยโอนจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มาอยู่ในความดูแลของ กรมทางหลวง (ทล.) โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง มีการปรับแบบก่อสร้างอุโมงค์จากเดิมเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 ม. เหลือ 10 ม. ก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้
นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า อุโมงค์ป่าตอง เป็นความจำเป็นเร่งด่วนถึงชีวิตสำหรับคนภูเก็ต เพราะเป็นจุดที่ถนนกะทู้-ป่าตอง เป็นทางโค้งที่ทั้งลาดชันและแคบที่สุดของ จ.ภูเก็ต บ่อยครั้งที่เกิดเหตุรถบรรทุกหมดแรง เบรกแตก กลางเขาจนรถติดยาวหลาย กม. และยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นซ้ำซาก จนถึงขั้นศูนย์เสียชีวิตกี่รายแล้ว
แต่นับตั้งแต่โครงการถูกผลักดันตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2560 กระทั่งรายงาน EIA ได้รับการอนุมัติในเดือน ธ.ค. 2560 โครงการที่อนุมัติแล้วกลับนิ่งสนิท มีเพียงสถานะที่ “ได้รับอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการ”
กระทั่งในเดือน ส.ค. 2568 คณะรัฐมนตรีซึ่งมีมติให้ กทพ. ปรับรูปแบบการลงทุนพร้อมเปิดเผยรายละเอียดงบประมาณ 16,700 ล้านบาท โดยโครงการดูเหมือนจะพร้อมเดินหน้าตามแผนเริ่มก่อสร้างปี 2569 และเปิดใช้ปี 2573 แต่ในเดือน ต.ค. 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกลับสั่งรื้อแบบใหม่ทั้งหมด
นายเฉลิมพงศ์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับเล็กน้อย แต่หมายถึงแบบที่ศึกษามานานเกือบสิบปีต้องถูกรื้อทิ้ง โดยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือช่องมอเตอร์ไซค์เฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยอาจถูกพิจารณาตัดทิ้งออกไปจากโครงการก่อสร้างดังกล่าว
“ทำไมต้องสั่งรื้อแบบใหม่ตอนนี้ แบบเดิมมีปัญหาทางวิศวกรรมจริงหรือเป็นแค่ข้ออ้างที่ใช้บังหน้าเพื่อล้มล้างของเก่า และเปิดทางให้มีการจ้างศึกษา-ออกแบบใหม่ ที่อาจมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเงินทอนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การออกแบบใหม่ การศึกษาใหม่ และการขออนุมัติใหม่จะใช้เงินอีกกี่ร้อยล้านบาท และต้องแลกกับเวลาที่สูญเสียไปอีกกี่ปี” นายเฉลิมพงศ์ระบุ
นายเฉลิมพงศ์ ระบุด้วยว่าสิ่งที่ จ.ภูเก็ต ต้องการไม่ใช่การศึกษาและออกแบบใหม่ แต่คือการทำให้เสร็จจริงๆ ยอดผู้เสียชีวิตบนเส้นทางกระทู้-ป่าตองยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รมว.คมนาคมสั่งการจนต้องเกิดการชะลอโครงการออกต่อไปเช่นนี้ ตนไม่อาจคิดเป็นอื่นได้นอกจากรัฐบาลกำลังมองเห็นชีวิตคนภูเก็ตเป็นเพียงตัวเลขที่ถูกมองข้ามได้ และไม่สำคัญพอที่จะทำให้โครงการนี้เสร็จสิ้นเสียที