ประวัติ “บึงบางซื่อ”
ความเป็นมาของการผลิตปูนซิเมนต์ในประเทศไทย
ด้วยวิสัยทัศน์ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศโดยต้องพึ่งพาตนเองเพื่อความยั่งยืน จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โรงงานผลิตปูนซิเมนต์ไทย” ขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นั่นคือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัดสินใช้ โดยเปิดดำเนินการที่ โรงงานปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ เป็นแห่งแรกในปี พ.ศ.2458
“บึงบางซื่อ” แหล่งกำเนิดวัตถุดิบสำคัญกับการผลิตปูนซิเมนต์เพื่อพัฒนาประเทศ
- บริษัทปูนซิเมนต์ไทย โรงงานบางซื่อ มีบทบาทสำคัญกับการพัฒนาสร้างความเจริญให้กับประเทศ ในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์ไทยรายเดียวของประเทศไทยในขณะนั้น ทำให้ประเทศไทยมีปูนซีเมนต์ที่ผลิตเอง ไม่ต้องนำเข้าจากยุโรป เป็นวัตถุดิบที่ใช้สร้างสถานที่สำคัญของประเทศมากมาย อาทิ สถานีรถไฟหัวลำโพง สะพานพระรามหก โรงแรมดุสิตธานี หรือจะเป็นย่านสถานที่สำคัญที่ก่อสร้างด้วยปูนซิเมนต์ อาทิ ถนนราชดำเนิน เป็นต้น
- บึงบางซื่อ เป็นแหล่ง “ดินดำ” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปูนซีเมนต์ของโรงงานบางซื่อ จึงเป็นพื้นที่ที่มี ภูมิหลังที่สำคัญ อันเป็นรากฐานในการสร้างความเจริญให้กับประเทศ โดยบริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัดสินใช้ เริ่มขุดดินดำจากบึงบางซื่อเป็นวัตถุดิบ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2458

“ชุมชนบึงบางซื่อ”
- นอกจากเป็นแหล่งดินดำแล้ว บริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้ใช้พื้นที่รอบบึงบางซื่อ สร้างบ้านให้กับคนงานและครอบครัว รวมถึงพนักงานที่เฝ้าเครื่องจักร ได้อยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้ จึงถือกำเนิดเป็น “ชุมชนบึงบางซื่อ” นับแต่นั้นเป็นต้นมา
- ภายหลังจากเลิกใช้งานบึงบางซื่อ ในช่วงประมาณปี พ.ศ.2511 ชุมชนดั้งเดิมก็คือครอบครัวคนงานที่เคยทำงานกับเอสซีจี ยังคงอยู่อาศัยต่อสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งมีคนต่างถิ่นทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดอพยพเข้ามาอยู่ จนขยายตัวเป็นชุมชนใหญ่ มีสภาพความเป็นอยู่อย่างแออัด ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ อาทิ ไฟฟ้า น้ำประปา การจัดการขยะมูลฝอย รวมทั้งถนนเข้าออก กลายเป็นปัญหาสังคมทั้งด้านความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ การศึกษา งานประจำ และเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก
- ปัจจุบัน บึงบางซื่อมีพื้นที่ทั้งหมด 61 ไร่ เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ 53 ไร่ เป็นที่ดินขอบบึง 8 ไร่ อยู่ในพื้นที่ตาบอด ไม่มีทางเข้าออกของตนเอง สภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมทั้งปัญหาขยะและน้ำเน่าเสีย มีชุมชนอาศัยอยู่ประมาณ 250 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 1,300 คน แบ่งเป็น 5 ชุมชนหลัก คือ ชุมชนบ้านยาว ชุมชนบ้านยาม ชุมชนบ้านสวน ชุมชนบ้านโขดขาว และชุมชนริมน้ำมั่นคง
การพัฒนา “บึงบางซื่อ”
เอสซีจีให้การดูแลชุมชนแบบห่างๆ และแสดงฐานะความเป็นเจ้าของที่ดินเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดิน รวมถึงไม่ให้มีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบสังคม รวมทั้งต่อชื่อเสียงของเอสซีจี ให้ความช่วยเหลือตามวาระสำคัญๆ และเมื่อมีเหตุเดือดร้อนเกิดขึ้น จึงทำให้กลุ่มที่อพยพเข้ามาอยู่ภายหลัง ไม่มีความผูกพันกับเอสซีจี เหมือนกลุ่มคนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยสืบทอดจากบรรพบุรษ

โครงการสานพลังประชารัฐ–การพัฒนาพื้นที่บึงบางซือ เติมเต็มการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ
เอสซีจีได้รับคำแนะนำจากพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้นำแนวทางของสานพลังประชารัฐมาใช้ในการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาให้โครงการเกิดความสมบูรณ์แบบขึ้น ภายใต้ชื่อว่า “โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ” และเริ่มโครงการเมื่อกลางปี พ.ศ.2559 ดำเนินการโดยยึดมั่นในแนวทางหลัก คือ การให้ชุมชนมี “ส่วนร่วม” ทุกขั้นตอนในการกำหนดอนาคตของตนเอง เพื่อพลิกฟื้นสร้างสังคมและที่อยู่อาศัยที่ชุมชนมีความ “เข้าใจ” สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอาชีพที่เป็นอยู่ เกิดการพัฒนาจนเป็นชุมชนเข้มแข็งจากการร่วมคิดร่วมสร้างอย่างแท้จริง โดยจะก่อสร้างเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ยูนิต และสร้างบ้านกลาง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแล ไม่มีรายได้อีก 4 ยูนิต รวมเป็น 197 ยูนิต ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2563 โครงการนี้จะเป็นต้นแบบใน 4 ด้าน คือ
- ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่มีราคาสูง แต่สอดรับกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ที่ต้องการมีพื้นที่ส่วนกลางทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้แนวคิดการออกแบบภายใต้บริบท “คน วิถีชีวิต อาชีพ และความต้องการของส่วนรวม”

➢ เกิดการใช้ประโยชน์จากระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง ลดโอกาสความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้พื้นที่ เช่น ที่จอดรถ การจัดการขยะ รวมถึงพื้นที่สีเขียว แบ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยต่างๆ คือ
- อาคารอเนกประสงค์ในชุมชน เพื่อใช้เป็นที่ประชุม ที่ทำการของสหกรณ์ และพื้นที่กิจกรรมสำหรับรองรับกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน
- อาคารบริการในชุมชน เป็นอาคารสำหรับใช้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เช่น ห้องพยาบาลชุมชน ห้องพักของ อปพร. ห้องเก็บของสัมภาระส่วนกลาง ห้องปฏิบัติการอาชีพ ครัวกลาง เป็นต้น
- ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ ได้แก่ ลานออกกำลังกาย ลานกีฬา ที่นั่งพักผ่อน และสิ่งอำนวย ความสะดวกเบื้องต้น
- พื้นที่สีเขียว ได้แก่ สวนหย่อม สวนตกแต่ง พื้นที่ปลูกต้นไม้ประดับต่างๆ
- รั้วรอบโครงการ ประตูรั้ว ป้อมยาม และป้ายโครงการ
➢ การเกื้อกูลผู้สูงวัยที่อยู่อาศัยเพียงลำพัง มีปัญหาสุขภาพและไม่สามารถผ่อนสินเชื่อได้ ชุมชนมีข้อตกลงร่วมกันที่จะสร้างบ้านกลางให้อยู่อาศัยและช่วยกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค
- ต้นแบบการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัย ที่ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบที่อยู่อาศัยตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองในทุกขั้นตอน
➢ กระตุ้นให้ชุมชนออมทรัพย์ เพื่อให้สามารถขอสินเชื่อจากสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน ในการสร้างที่อยู่อาศัยของตนเอง
➢ ร่วมสำรวจขนาดพื้นที่ใช้สอยในครัวเรือน ตามความต้องการการใช้งาน และต้องมีพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง
➢ ร่วมออกแบบบ้านที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครัวเรือน และจัดวางผังบ้านให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องทำเล การประกอบอาชีพ และข้อจำกัดส่วนบุคคล จึงทำให้มีที่อยู่อาศัยทั้งแบบอาคารชุดและบ้านพื้นราบ
➢ ร่วมจัด Zoning ที่พักอาศัยตามกลุ่มชุมชนเดิม เพื่อรักษาโครงสร้างและความผูกพันทางสังคมเดิม และเครือญาติไว้
- ต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ พื้นที่ส่วนที่เหลือที่เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ จะพัฒนาเป็นบึงน้ำสวนสาธารณะ ตามแนวคิดการแบ่งปันพื้นที่ให้กับชุมชนและสังคมโดยรอบ ให้มีความเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์ร่วมกัน
➢ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย สำหรับคน กทม.
➢ เป็นสถานที่เรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์น้ำ
➢ มีระบบและทีมบริหารที่เป็นอิสระจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการพื้นที่บึงน้ำให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
- ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ ที่ขับเคลื่อนโดยพลังประชารัฐอย่างแท้จริง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อขึ้น ซึ่งประกอบด้วย

- เอสซีจี มอบที่ดิน 61 ไร่ เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ 53 ไร่ และที่ดินขอบบึง 8 ไร่
- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน
- สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน 200 ล้านบาท ช่วยเติมเต็มให้ชุมชน ได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์ มีสวนและพื้นที่ส่วนกลาง รวมทั้งมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน
- การรถไฟแห่งประเทศไทย อนุญาตให้เช่าใช้ที่ดินเป็นทางเข้า-ออก
- สำนักงานเขตจตุจักร อนุญาตการก่อสร้างในพื้นที่
- สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งให้กับชุมชน
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สนับสนุนการปรับปรุงสะพานปากทางถนนเข้า-ออก
- กรุงเทพมหานคร แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนาบึงน้ำสวนสาธารณะ
- กรมธนารักษ์ รับมอบและดูแลที่ดินจากเอสซีจี ซึ่งจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงต่อชุมชนต่อไป
สำหรับคนที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
https://www.facebook.com/SCGofficialpage
#SCG #PassionForBetter