แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ (LPP) เผยปี 2568 คัดแยกขยะรีไซเคิลได้กว่า 2.2 ล้านกิโลกรัม จาก 179 โครงการที่เข้าร่วม พร้อมเดินหน้าขยายผลการบริหารการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกมิติภายในปี 2569
นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า จากรายงานสรุปผลการดำเนินงานระหว่างเดือน ม.ค.– ธ.ค. 2568 ของ LPP เป็นจำนวนขยะรวมทั้งหมด 39,748,123.59 กิโลกรัม โดยสามารถบริหารจัดการคัดแยกขยะรีไซเคิลได้รวมทั้งสิ้น 2,238,796.06 กิโลกรัม ซึ่งการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพนี้ส่งผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก
โดยสามารถลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้สูงถึง 4,579,770.78 กิโลกรัม / CO2 eq. หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 483,194.43 ต้น โดยมีสัดส่วนประเภทขยะที่คัดแยกได้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. กระดาษ 39% 2. ขวดพลาสติกใส (PET) 23% 3.ขวดแก้ว 22% และประเภทอื่นๆ ตามลำดับ อาทิ ขวดนม 8% กระป๋องอลูมิเนียม 2% เหล็ก 2% และขยะรีไซเคิลไม่แยกประเภท 4%
“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปี 2568 ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของร่วม และผู้อยู่อาศัยทั้ง 179 โครงการที่เข้าร่วม หรือคิดเป็น 75% ของโครงการที่รับบริหารเฉพาะในส่วนของงานบริหารจัดการนิติบุคคลทั้ง 239 โครงการ สะท้อนให้เห็นว่าผู้อยู่อาศัยในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ESG อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการที่ต้องอยู่อาศัยร่วมกันเพื่อร่วมสร้างสังคมที่น่าอยู่ได้ในระยะยาว”
สำหรับเป้าหมายถัดไปของ LPP จะมองภาพการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่มากขึ้น โดยไม่หยุดอยู่แค่การคัดแยกขยะ Recycle แต่จะเดินหน้าและส่งเสริมการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมทุกพื้นที่
ตลอดจนปลูกจิตสำนึกบุคลากรควบคู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโครงการและสังคมรอบข้างให้เป็น Green Community ตามแนวคิด “LPP ชวนรักษ์โลก”
รวมถึงการมองหาโซลูชั่นต่างๆ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยติดตามผล และต่อยอดโครงการให้เกิดเป็น “Waste to Value” การบริหารจัดการของเสียหรือขยะรีไซเคิลให้สามารถเปลี่ยนเป็น “ทรัพยากร” ที่มีมูลค่าสร้างประโยชน์คืนสู่โครงการ เจ้าของร่วม และผู้อยู่อาศัยทุกท่านได้
ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการโครงการที่ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะต้องควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการอยู่อาศัยในระยะยาวอย่างยั่งยืน
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายจำนวนโครงการที่เข้าร่วมการคัดแยกขยะให้เพิ่มมากขึ้น และตั้งเป้าผลักดันจนเกิดความร่วมมือ 100% ในทุกโครงการที่บริหาร
นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการให้ความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย ในการเข้าร่วมโครงการเพื่อยกระดับเป็นอาคารชุดที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หรือ Green Health Condominium เพื่อสร้างมาตรฐานในการบริหารจัดการที่ส่งเสริมทั้งการดูแลสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมในอาคารชุดตลอดจนพื้นที่โดยรอบ