ททท. นำท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปี’69 ดึงต่างชาติเที่ยวไทยแตะ 10 ล้านคน เร่ง 2 มาตรการ “รักษาตลาดดี” กลุ่มระยะไกล รัสเซีย CIS ตุรกี สเปน ลุย“หาตลาดทดแทน”ระยะใกล้ทั่วเอเชีย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย เม.ย.นี้ โกย 1 แสนล้าน รณรงค์คนไทย “เที่ยวช่วยชาติ”

นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกับการท่องเที่ยวของไทย สถิติระหว่างวันที่ 1 มกราคม -10 เมษาน 2569 มีต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว 10 ล้านคน จาก “ตลาดระยะไกล : Long Haul” 3.8 ล้านคน ส่วน “ยุโรป” ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะเที่ยวบิน 1 ใน 3 ต้องแวะต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานในตะวันออกกลาง ตอนนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนได้เปลี่ยนไปบินเส้นทางอื่นแทน

ททท.คาดการณ์ตลอด “เดือนเมษายน 2569” การท่องเที่ยวของไทยจะสร้างเงินหมุนเวียนจากตลาดต่างประเทศและในประเทศมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท

สำหรับ “ตลาดตะวันออกกลาง” มาไทยลดลง 67 % โดยมีกลุ่มที่ซื้อแพกเกจล่วงหน้าไว้ยังเดินทางตามปกติเป็นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) เช่น ซาอุดิอาระเบีย และประเทศในกลุ่ม Gulf Corporation Countries

ขณะที่ “ตลาดระยะใกล้ : short Haul” แถบเอเชียและแปซิฟิกใต้ ประกอบด้วย เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อาเซียน โอเชเนีย มาเที่ยวเมืองไทยแล้ว 6.2 ล้านคน ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากคือ

“สาธารณรัฐประชาชนจีน” เริ่มกลับเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25,000-30,000 คน/วัน เติบโตถึง 18 %

“เอเชียใต้” อินเดีย เพิ่ม 14 % ซึ่งมีพื้นฐานเข้มแข็งเติบโตดีขึ้นตามลำดับ เช่นเดียวกับโอเชเนียจากออสเตรเลีย เพิ่ม 13 %

“อาเซียน” มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีภาพข่าวความไม่ปลอดภัย คู่แข่งใช้กลยุทธ์ราคาชิงส่วนแบ่งตลาดไป แต่ไทยยังคงได้เปรียบเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคลาสสิก และ ททท.มีสินค้าใหม่ ๆ ที่ยั่งยืนช่วยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ททท.เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลางไว้ 2 กรณี ประกอบด้วย

กรณีที่ 1 เหตุการณ์จบภายใน 3 เดือน คาดตลาดต่างประเทศมาไทย 30-34 ล้านคน/ปี จากเป้าหมาย 37 ล้านคน ลดลง 18 %

กรณีที่ 2 เหตุการณ์ลากยาวเกินกว่า 3 เดือน ต่างประเทศมาไทย 27-29 ล้านคน ลดลง 25% เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย กระทบจิตใจนักเดินทาง ราคาน้ำมันมีผลกับต้นการท่องเที่ยว

ททท.เตรียมนโยบายและแผนรับมือ “ตลาดต่างประเทศ” ไว้ 2 แนวทาง ประกอบด้วย

  • แนวทางที่ 1 รักษาตลาดที่เติบโตดี ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันขาดแคลนอย่าง รัสเซีย ตุรกี กลุ่มประเทศ CIS และโปแลนด์ ซึ่งมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำตลอดปี
  • แนวทางที่ 2 หาตลาดทดแทน เดินหน้าขยายฐานนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในเอเชียที่เข้มแข็งทั้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย และโอเชเนีย จากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

“แผนความร่วมมือ” ททท.เน้นร่วมกับสายการบินพันธมิตรเจาะ “ตลาดเป้าหมาย” 3 หลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักเดินทางทำงานได้ทุกด้วยดิจิทัล (Digital Nomad) กลุ่มที่ 2 นักท่องเที่ยวที่สนใจเฉพาะ (Niche Market) เช่น รักษาสุขภาพ ทำงานแบบเคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี เร่งโปรโมทไทยเป็นจุดหมายปลายทางของโลก 3 ด้าน 1.การท่องเที่ยวที่ปลอดภัย 2.ร่มรื่น 3.มารักษาพยาบาลต่อเนื่องได้

ส่วน “ตลาดในประเทศ” ททท.ประเมินสถานการณ์ไว้ 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 จบภายใน 3 เดือน คนไทยเที่ยวในประเทศ 204-206 ล้านคน-ครั้ง จากเป้าหมายเดิม 212 ล้านคน-ครั้ง เพิ่ม 1-2 % กรณีที่ 2 หากยืดเยื้อเกิน 3 เดือน คนในประเทศจะเที่ยว 200-202 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 1 %

ททท.พร้อมรณรงค์ “เที่ยวช่วยชาติ” เน้นให้สอดคล้องกับงบประมาณ ระยะทาง กิจกรรม โดยจะขอให้หน่วยงานราชการกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่หมุนเวียนจัดประชุม/สัมมนา กระจายรายได้สู่ห่วงโซ่การท่องเที่ยวถึงมือผู้ประกอบการทั่วไทย และทำแผนตอบโจทย์การท่องเที่ยวคุ้มค่าเงินมากที่สุดด้วยโปรโมชั่น “เที่ยวไป-แชร์ไป-ช้อปไป-ชิมไป” ชู 5 อย่าง คือ 1.ตรึงราคาน้ำมัน 2.สร้างแอพลิเคชั่นจุดบริการน้ำมันอย่างเพียงพอ 3.รณรงค์ใช้บริษัทนำเที่ยวรถทัวร์เพื่อเดินทางเป็นหมู่คณะ 4.ขอความร่วมมือคนไทยที่มีศักยภาพออกเดินทาง 5.ขอรัฐสนับสนุนมาตรการภาษีน้ำมันเครื่องบิน สร้างความมั่นใจให้สายการบินและผู้โดยสารทั่วโลก

ปัจจุบันการท่องเที่ยวตลาดในและต่างประเทศเป็นเครื่องจักรสำคัญของไทยที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจสูงถึง 17% ของจีดีพีประเทศ ททท.จึงมุ่งรณรงค์ให้คนออกเดินทางอย่างคุ้มค่านำท่องเที่ยวฝ่าความท้าทายไปด้วยกัน

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.fabcebook.com/penroongyaisamsaen

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน