โอบรับทุกความต่างในสังคม ผ่านแนวคิด “Live Equally เท่าเทียม…ในทุกวัน” วันนี้ ความเท่าเทียม ไม่ควรต้องร้องขอ แต่ควรเป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน
แสนสิริ ตอกย้ำอสังหาฯ ไทยรายแรกที่ผลักดันสร้างความเท่าเทียมในสังคมมาตลอดกว่า 11 ปี ประกาศจุดยืน ปี 2026 มุ่งสร้าง “ความเท่าเทียม” ให้เป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวันสู่มาตรฐานของสังคม ผ่านแคมเปญ “Live Equally เท่าเทียม…ในทุกวัน” ชูแนวคิดที่ทุกคนควรมองความเท่าเทียมและความหลากหลายให้เป็นเรื่องที่ “ปกติ” ควรถูกยอมรับด้วยความเข้าใจ เพื่อเข้าถึงโอกาสและสิทธิที่เท่าเทียมกันในทุกด้านและในทุกวัน ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ยืดหยัดเพื่อให้ ความเท่าเทียมเป็นเรื่องปกติที่ควรเกิดขึ้นและดีขึ้นในทุกวัน สานต่อวิสัยทัศน์ของ “เศรษฐา ทวีสิน” ผู้ก่อตั้งบริษัทแสนสิริ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ที่มุ่งผลักดันสร้างความเท่าเทียมในทุกๆมิติ จากระดับองค์กรสู่ระดับประเทศ จนกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ประกาศบังคับใช้จริงเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ไทย ที่ไม่ได้สะท้อนเพียงชัยชนะทางกฎหมาย แต่คือ การก้าวสู่การเปิดรับความหลากหลายอย่างแท้จริงและขยายวงกว้างขึ้น
“สังคมที่ความเท่าเทียม…เป็นเรื่องปกติ” เพราะการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียม ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องร้องขอ
ในเดือนของ Pride month ปีนี้ แสนสิริ ชวนสังคมเดินหน้าสนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เป็นตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ หยุดสร้างความแตกต่าง พร้อมเปิดใจยอมรับว่า ความหลากหลาย คือ ธรรมชาติของมนุษย์ และ ความเท่าเทียม คือ สิ่งที่ทุกคนควรได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ ไม่ใช่สิทธิพิเศษให้กับคนบางกลุ่ม แต่คือ การมองเห็นคุณค่าในฐานะมนุษย์ที่เท่ากัน จากการ “หยุดตัดสิน” “ยอมรับ” ไปสู่การทำให้ “ความเท่าเทียม” กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน
เป้าหมายปี 2026 — แสนสิริ มุ่งสร้างวัฒนธรรม “การมอบโอกาส ที่เป็นเรื่องปกติ”
จากระดับองค์กร สู่คู่ค้า และ พันธมิตร
แสนสิริ ยืดหยัดสนับสนุนความเท่าเทียมในทุกมิติ ตั้งแต่จากระดับภายในองค์กร สู่คู่ค้าและพันธมิตร ผ่านการสร้างศักยภาพที่แท้จริงของพนักงาน ส่งต่อแรงบันดาลใจ และการทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการ
สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่าง ก้าวข้ามข้อจำกัดและความหลากหลายให้กลายเป็นเรื่องปกติขององค์กรและสังคม สร้างพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน เพราะสังคมที่ดีมาจากความหลากหลายและเปิดกว้างสำหรับทุกคน

โปรเจ็กต์ THIS-ABILITY เปิดพื้นที่ให้ “ทุกความสามารถ” เติบโตอย่างเท่าเทียม
แสนสิริ และบริษัทในเครือ จ้างงานที่ให้คุณค่า กับ “ความสามารถ” มากกว่าข้อจำกัด (Ability) ผ่านโปรเจ็กต์ THIS-ABILITY ที่เชื่อว่า การจ้างงานผู้พิการ คือ การมอบโอกาสที่สร้างเปลี่ยนแปลงของชีวิตให้ดีขึ้นได้
ในด้านระดับองค์กร พนักงานแสนสิริและบริษัทในเครือ ได้รับหน้าที่ในการดูแลงานหลายฝ่าย ผลักดันศักยภาพของแต่ละบุคคลตั้งแต่ฝ่าย Content Creator, Call Center ไปจนถึงฝ่าย Reception เป็นต้น และภายนอกองค์กรผ่านการผลักดันความร่วมมือและสร้างแรงบันดาลใจให้กับภาคธุรกิจ คู่ค้า และพันธมิตร หันมาสนับสนุนการ จ้างงานผู้พิการมากขึ้น แสนสิริ ได้ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าใน Habito Mall จ้างงานคนพิการ เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถได้มีคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียม “แม้ทุกคนจะมีความแตกต่างที่หลากหลาย แต่ก็มีความสามารถในตัวเอง”
สร้างวัฒนธรรม “Inclusive Hiring” มอบโอกาสที่เป็นเรื่องปกติ และ ยกระดับสวัสดิการที่ส่งเสริมความเท่าเทียมในทุกมิติ
แสนสิริ ตอกย้ำบทบาทองค์กรสนับสนุนความเท่าเทียม เปิดกว้าง ให้โอกาสทุกคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน (Inclusive Hiring) สังคมที่ดีต้องเปิดกว้างและมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ อายุ หรือเพศสภาพ ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เลือก มีคุณค่าในแบบของตนเอง และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน

นอกจากนี้ แสนสิริ ยังได้เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานในทุกมิติ โดยการยกระดับสวัสดิการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของคนยุคใหม่ ทั้ง การขยายสิทธิการลากิจเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วย พร้อมเพิ่มสวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง (Pet Medical Emergency Loan) การสนับสนุนวันลาสำหรับกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม (Department Outing Leave) เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเพิ่มสิทธิการลาเพื่อดูแลสมาชิกครอบครัว ที่ป่วยระยะวิกฤต (Compassionate Leave) และการสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นของแสนสิริที่ดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การใช้ชีวิตส่วนตัว ครอบครัว ไปจนถึงความผูกพันในที่ทำงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน
คนรุ่นใหม่ มอง “ความเท่าเทียม” เป็นเรื่องปกติ
จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ ‘ความเท่าเทียม’ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ต้องรอการยอมรับแต่คือ มาตรฐานพื้นฐานที่คาดหวังให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน องค์กร หรือสังคมรอบตัว คนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z โดย 62% มองว่า ความหลากหลายทางเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคม และกว่า 96% ของ Gen Z ไทยมองว่าการมีเป้าหมายในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิต คาดหวังความเป็นธรรม
(fairness) การยอมรับความแตกต่าง (inclusion) และการเคารพในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ที่กลายเป็นเรื่องปกติขององค์กรและสังคม ขณะที่องค์กรที่ได้รับการยอมรับจากคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกตัดสินจากผลตอบแทนหรือความก้าวหน้าในอาชีพอย่างเดียว แต่รวมถึงการเคารพในคุณค่าของพนักงาน สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและสอดคล้องกับตัวตนของผู้คนอย่างแท้จริง เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือ เรื่องปกติที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม
แสนสิริเชื่อว่า “ความเท่าเทียม” ไม่ควรเป็นเป้าหมายที่ต้องรอให้เกิดขึ้นในอนาคต แต่ควรเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน และกำลังค่อยๆ กลายเป็นความจริงของสังคมไทยมากขึ้นในทุกมิติ
เกี่ยวกับแคมเปญ Live Equally…เท่าเทียมในทุกวัน https://siri.ly/nDW6HN6
#Sansiri #LiveEqually #เท่าเทียมในทุกวัน #Everydaylifeisgood #ทุกวันชีวิตดี