กรมชลประทาน เร่งขับเคลื่อนโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง สนองพระราชดำริ ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2537 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัยให้แก่ราษฎรกว่า 53,300 คน ใน 5 ตำบล อำเภองาว จังหวัดลำปาง ที่รอคอยมานานกว่า 3 ทศวรรษ
อำเภองาว จังหวัดลำปาง เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ราษฎรชาวไทยหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ทั้งชาวเมี่ยน(เย้า), ชาวอาข่า ที่มีประเพณีโล้ชิงช้าอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของชนเผ่า และชาวปกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยง ราษฎรเหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างที่พักอาศัยตามชายเขา สูงจากระดับทะเล 1,000-1,500 เมตร ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อดำรงชีพ
ในปี พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่ชาวอำเภองาว ยื่นเรื่องขอพระราชทานพระมหากรุณา แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และใน ปี พ.ศ. 2561 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการฯ เป็นครั้งที่ 10 และสั่งให้เร่งจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และพิจารณาเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการอุปโภค บริโภคและเกษตรกรรมของราษฎรในในพื้นที่
จนกระทั่ง การศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และรายการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับปรับปรุงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการที่อำเภองาว ประสบปัญหาสองขั้วที่ขัดแย้งกัน คือการขาดแคลนน้ำอย่างหนักในฤดูแล้ง และความเสียหายรุนแรงต่อบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูน้ำหลาก ทำให้โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว(แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะบรรเทาภัยแล้ง โดยเป็นแหล่งสำรองน้ำให้ราษฎร และชะลอความรุนแรงของน้ำท่วมให้พื้นที่ตอนล่างในฤดูน้ำหลากด้วย

“ในปี พ.ศ. 2569 นี้ กรมชลประทาน ได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า PGC JV ดำเนินการสำรวจและออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว(แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดโดยรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถเดินหน้าก่อสร้างโครงการฯนี้ได้ โดยโครงการฯนี้ จะทำให้ราษฎรกว่า 5 หมื่นคนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำร่วมกันอย่างเท่าเทียมด้วย”

โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพื้นที่รับประโยชน์เป็นพื้นที่ชลประทาน รวม 16,201 ไร่ มีพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวนาปี ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 520 กก./ไร่, ลำไยพันธุ์อีดอ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 942 กก./ไร่, กระเทียมพันธุ์เชียงใหม่ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 585 กก./ไร่ และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 674 กก./ไร่ โดยพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ ต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ และไม่สามารถวางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้าได้ แต่หากมีโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะทำให้เกษตรกร วางแผนเพาะปลูกได้ล่วงหน้า ลดการพึ่งพาน้ำฝนที่ไม่แน่นอน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ได้ตลอดปี

นายสุวรรณชัย นาคประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วน ตำบล บ้านร้อง กล่าวว่า หากมีอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านก็จะวางแผนเพาะปลูกได้ตลอดฤดูกาล และเลือกเพาะปลูกได้หลายชนิดทั้ง ทั้งข้าว ลำไย และกระเทียม
อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่มีความกังวลใจเรื่องผลกระทบจากการก่อสร้าง จึงต้องการให้กรมชลประทาน เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากชุมชนผู้มีส่วนได้เสีย จากทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว 3 ครั้ง

นายโชคทวี สุภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านข่อย ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว ซึ่งอยู่ในพื้นที่หัวงานโครงการโดยตรง เปิดเผยว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 58,000 บาท จากการทำเกษตรที่พึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ในปีที่แล้งหนักจะทำให้พืชผลการเกษตรทั้งข้าวโพดและนาข้าวเสียหายยับเยิน ส่วนในปีที่ฝนตกหนัก ก็จะเกิดน้ำท่วมซ้ำอีก
ที่ผ่านมา ชาวบ้านรู้จักโครงการนี้ฯและรอคอยมากว่า 30 ปี ด้วยความหวังว่า เมื่อโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้วเสร็จ จะวางแผนปลูกพืชได้ทั้งปี และทำให้คนในชุมชนมีรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม ลดปัญหาการเป็นแรงงานต่างถิ่นได้ด้วย

โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว (แม่งาว) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพื้นที่รับประโยชน์ครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านร้อง ตำบลปงเตา ตำบลนาแก ตำบลหลวงเหนือ และตำบลหลวงใต้ รวมพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 16,201 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่รับประโยชน์ฤดูฝน 8,477 ไร่ และพื้นที่รับผลประโยชน์ฤดูแล้ง 7,724 ไร่
ปัจจุบันรายงานศึกษาความเหมาะสม และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ฉบับสมบูรณ์แล้วเสร็จ และส่งรายงานฉบับปรับปรุงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) แล้ว ขณะที่กิจการร่วมค้า PGC JV ได้เดินหน้างานสำรวจและออกแบบ ในปีงบประมาณ 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างต่อไป