กปร. สนับสนุน ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร แก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับ เขื่อน-อ่างเก็บน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินฝนหลวง สร้างถนนแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชน พร้อมก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เผยภารกิจกว้างไกล ทั้งสร้างฝนเพื่อพื้นที่การเกษตรและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เปิดเผยระหว่างติดตามการดำเนินงานหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจันทบุรี สนามบินท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ตั้งแต่จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ไปจนถึงชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดตราดถึงจังหวัดสระแก้ว อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยบิน ได้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจันทบุรี ปัจจุบันมีเครื่องบิน 6 เครื่อง ขึ้นปฏิบัติการวันละ 6 เที่ยวบิน ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี

เนื่องจากแนวปะทะของอากาศร้อนและอากาศเย็นอยู่ในช่วงที่เหมาะสม จึงสามารถสร้างฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตจะมีการนำเครื่องทำลายลูกเห็บมาใช้ในพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อลดการเกิดพายุลูกเห็บที่อาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรของประชาชนที่

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาฝนหลวงขึ้นมา เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการ ตลอดจนพัฒนาและทดลองแนวทางเพิ่มเติมในการปฏิบัติการฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงห่วงใยประชาชน ซึ่งในการปฏิบัติภารกิจจะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อกราบบังคมทูลให้พระองค์ทรงทราบอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า สนามบินท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เดิมเป็นสนามบินด้านความมั่นคงของกองทัพอากาศ

ต่อมาได้ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรให้มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าสามารถทำให้เกิดฝนตกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฝนทิ้งช่วง

“สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนการปรับปรุงสนามบิน เพื่อรองรับการปฏิบัติการฝนหลวงที่มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั่วทั้งภาคตะวันออก รวมทั้งจะมีการก่อสร้างถนนสำหรับการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการขึ้น-ลงของเครื่องบิน อันเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการก่อสร้างโรงผลิตน้ำแข็งแห้ง จากเดิมที่ต้องขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน มาเป็นการผลิตเองโดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติการฝนหลวงดำเนินการได้มากขึ้น นอกจากการการทำฝนเทียมเพื่อภาคการเกษตรแล้ว ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน หรือ PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย” นางสุพร ตรีนรินทร์ กล่าว

โอกาสนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร แก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยคำนึงถึงความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปริมาณฝนที่ไม่เหมาะสม อันเป็นการสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน