นักวิจัยกำลังดำเนินการทดลองภายในห้องปฏิบัติการของบริษัทซิมเซียร์ (Simcere)
เมืองไหโข่ว มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน (ภาพ: Huangfu Wanli)

สำนักบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติจีน (NMPA) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 จีนอนุมัติยานวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดแล้ว 19 รายการ ในจำนวนนี้ 15 รายการเป็นยาที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนายาของจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ มูลค่าการทำข้อตกลงอนุญาตใช้สิทธิ์ยานวัตกรรมจีนในต่างประเทศทะลุ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดปี 2568 สร้างสถิติสูงสุดใหม่

โรคหลอดเลือดสมอง ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้นๆ ของชาวจีน โดยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในจีนมากกว่าร้อยละ 60 เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด (ischemic stroke) แต่ที่ผ่านมา ทางเลือกในการรักษายังค่อนข้างจำกัด

ยาเม็ดอมใต้ลิ้นที่มีส่วนประกอบของเอดาราโวน (Edaravone) และเดกซ์บอร์นีออล (Dexborneol) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทซิมเซียร์ (Simcere) และได้รับอนุมัติให้วางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2567 สามารถช่วยปกป้องเซลล์ประสาทในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลัน เพิ่มโอกาสรอดชีวิตและการฟื้นตัวของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ยา “ออนราดิเวียร์” (Onradivir) สำหรับรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งสถาบันหลายแห่งจากมณฑลกวางตุ้งใช้เวลาพัฒนากว่าทศวรรษ และได้รับอนุมัติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ก็แสดงผลลัพธ์ที่น่าพอใจ โดยช่วยลดอาการไข้ได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง และเหมาะสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง รวมถึงผู้ที่มีภาวะไตบกพร่องระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

เภสัชกรนำยาออกจากตู้จ่ายยาอัตโนมัติภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอวี้หวน
มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน (ภาพ: Duan Junli)

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) จีนอนุมัติยานวัตกรรมใหม่รวม 230 รายการ โดยเฉพาะในปี 2568 เพียงปีเดียว มีการอนุมัติถึง 76 รายการ มากกว่า 80% เป็นผลงานวิจัยภายในประเทศ ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และยาชนิด Antibody-Drug Conjugates (ADCs)

นอกจากนี้ บริษัทยาจีนยังได้รับการยอมรับจากตลาดโลกมากขึ้น โดยยาต้านมะเร็งเซอร์พลูลิแมบ (Serplulimab) และยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists ที่พัฒนาโดยบริษัทฟู่ซิงฟาร์มา (Fosun Pharma) ได้รับการอนุญาตใช้สิทธิ์แก่บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

แม้อุตสาหกรรมยานวัตกรรมจะต้องใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉลี่ยราว 1 พันล้านหยวน ใช้เวลาพัฒนาประมาณ 10 ปี และมีอัตราความสำเร็จเพียง 10% แต่บริษัทยาจีนยังคงเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานทางการเงินของบริษัทยาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายด้าน R&D โดยทั่วไปคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ และบางบริษัทมีสัดส่วนสูงเกินร้อยละ 25

ขณะที่ภาครัฐเดินหน้าปฏิรูประบบพิจารณาและอนุมัติยา เพื่อเร่งให้ยานวัตกรรมเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา People’s Daily

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน