ททท.เปิดความสำเร็จกิจกรรมงานเทรดเทียบชั้นระดับโลก “Thailand Travel Mart Plus :TTM +2026” ตลาดโลกขานรับสินค้าหรู ต่อยอดขายเที่ยวไทย 5 ภาค 12 เส้นทาง เพิ่มแรงส่งรายได้ปี’69 เข้าเป้า 2.65 ล้านล้านบาท ผู้นำธุรกิจ SPA ลงทุนกว่า 520 ล้านบาท ตอบโจทย์ ททท.ผนึกเจาะตลาดคุณภาพแทนปริมาณ Value Over Volumn ยกระดับไทยฮับเมดิคอล เวลเนส แห่งภูมิภาค

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สร้างความสำเร็จในการจัดกิจกรรมงานเทรดนานาชาติ Thailand Travel Mart Plus:TTM +2026” ได้มาตรฐานเทียบชั้นระดับโลก ระหว่าง 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา หรือ NICE จังหวัดชลบุรี โดยได้ดึงผู้ซื้อการท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 58 ประเทศ 429 ราย เพิ่มขึ้น 5.7 % มาจับคู่เจรจาธุรกิจ กับธุรกิจของไทย 428 ราย ทำให้เกิดมูลค่าททางเศรษฐกิจกว่า 5,000 ล้านบาท ตอบโจทย์ขายนำเสนอสินค้าหรูหรา Healing is the New Luxury” เจาะกลุ่มคุณภาพนานาประเทศได้อย่างแท้จริง และยังเป็นแรงส่งให้ปี 2569 นำพาการท่องเที่ยวของทั้งประเทศมีรายได้ตามเป้าหมาย 2.65 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ “ตลาดระยะใกล้” เอเชียแปซิฟิกใต้ “ตลาดระยะไกล” ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวมทั้งสิ้นราว 1.55 ล้านล้านบาท และ “ตลาดในประเทศ” อีก 1.1 ล้านล้านบาท

การจัดกิจกรรม “TTM +2026” เพิ่มแรงส่งการตลาดท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาไทยทั้งระยะใกล้ (shorthaul) และระยะไกล (Longhaul) ได้ถึง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ ๆ (Repeator) กลุ่มที่ 2 กลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่ ๆ (Niche Market) กลุ่มที่ 3 นักท่องเที่ยวมาไทยครั้งแรก (First Visit) รวมทั้งการยกระดับไทยให้เป็นจุดปลายทางเวลเนสและเสน่ห์เมืองน่าเที่ยว (Hidden Gems) นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาเผยแพร่ให้นานาชาติรับรู้อย่างกว้างขวางทั้ง Zero Waste to Landfills กับ Zero Food Waste เสริมความแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี แล้วยังได้จัดทำกิจกรรมอินเทอแรคทีฟ โปรโมทงานที่ไทยเตรียมเปิดเป็นเจ้าภาพจัดต่อเนื่องเวิลด์อีเวนต์ “Tomorrowland Thailand 2026” เทศกาลดนตรีระดับโลก 11-13 ธันวาคม 2569 ที่พัทยา ชลบุรี

ททท.ได้ต่อยอดกิจกรรม TTM +2026 นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจากทั่วโลกลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่าและความหมาย เพื่อเผยแพร่และเสนอขายการท่องเที่ยวไทยต่อเนื่องในแต่ละประเทศอีก 12 เส้นทาง ได้แก่ ศรีราชา พัทยา สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และการท่องเที่ยวข้าม 5 ภูมิภาค 5 เส้นทาง ได้แก่ 1.ระยอง–จันทบุรี 2.ปราจีนบุรี-นครราชสีมา 3.นครปฐม–กาญจนบุรี 4.สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช 5.เชียงราย

ขณะเดียวกันทาง บริษัท สยาม เวลเนส จำกัด (มหาชน) หรือ “SPA” ก็ได้เดินหน้าขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มไฮเอนด์ ลงทุนโครงการใหม่ “ซีฟอเรสต์ เวลเนส แซงชัวรี่ บาย เลทส์ รีแลกซ์ :ZeaForest Wellness Sanctuary by Let’s Relax” ในพัทยา มูลค่ากว่า 520 ล้านบาท รวมทุกอย่างมาไว้ในโครงการเดียวแบบครบวงจรทั้ง สปา ออนเซ็น เวลเนส โรงแรม และร้านอาหาร ตอบรับเมกะเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของ ททท.และรัฐบาลไทย

ซี ฟอเรสต์ เวลเนส แซงชัวรี่ บาย เลทส์ รีแลกซ์ เตรียมเปิดบริการไตรมาส 1 ปี 2570 มุ่งยกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางเวลเนสแห่งใหม่ ในพื้นที่กว่า 38 ไร่ ริมชายหาดตะวันรอน พัทยา ใกล้นาจอมเทียน ชายหาดยาวกว่า 200 เมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ รายล้อมด้วยต้นไม้หายากอายุกว่า 400 ปี

ภายในโครงการ ประกอบด้วย อาคาร Wellness & Longevity ครบวงจร ห้องพักริมทะเลกว่า 50 ห้องห้องอาหาร All Day Dining คาเฟ่กลางป่า และพื้นที่เพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เพื่อมอบประสบการณ์เวลเนส รีทรีต บริการครบทุกมิติทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นหนึ่งในธุรกิจเอกชนที่พร้อมสนับสนุน ททท.ขยายตลาดในและต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำ SPA ผู้นำธุรกิจเวลเนสของไทยอย่างแท้จริง ร่วมกับ ททท.นำประเทศก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมดิคอล เวลเนส ฮับ

ททท.พร้อมร่วมมือกับทุกเครือข่ายพันธมิตร สร้างสรรค์กิจกรรมตลาดการท่องเที่ยว พัฒนาการลงทุน คัดเลือกสินค้าคุณภาพสูง ตอบโจทย์กลยุทธ์ Value Over Volumn ยกระดับจุดขายการท่องเที่ยวไทยเน้นสร้างมูลค่ามากกว่าปริมาณ ปี 2569 จะนำพาประเทศสร้างรายได้ให้ได้ตามเป้าหมาย 2.65 ล้านล้านบาท

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน