พลิกโฉมจัดเก็บภาษีท้องถิ่น Bedrock Analytics ผนึก SSK เปิดตัว “C-TAXPRO” ตัวช่วยจัดเก็บภาษี แม่นยำ-ปลอดภัย-มีประสิทธิภาพ พร้อมหนุน 1,000 อปท. อัปเกรดจาก CU-TaXGO เดิมฟรี
บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด หรือ เบดร็อค อนาไลติกส์ (Bedrock Analytics) ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการจัดการข้อมูลประกอบกับการให้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลเชิงพื้นที่ (Location Intelligence)
หนึ่งในกลุ่มบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ จำกัด หรือ เออาร์วี (ARV) ประกาศ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับบริษัท สมาร์ท ซัสเทนเอเบิล โนว์เลดจ์ จำกัด (SSK) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) และเทคโนโลยีการสำรวจและทำแผนที่
นำโดย รศ.ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล เปิดตัว “C-TAXPRO” (ซี-แทกซ์โปร) แพลตฟอร์มบริหารจัดการภาษีท้องถิ่นรูปแบบใหม่ มุ่งเน้น ความแม่นยำ โปร่งใส และความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานสากล พร้อมประกาศมอบสิทธิ์ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ใช้งานระบบ CU-TaXGO เดิมกว่า 1,000 แห่ง สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ได้โดยไม่มี ค่าใช้จ่าย
ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากการรวมจุดแข็งของ Bedrock Analytics ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เข้ากับประสบการณ์งานที่ปรึกษาภาษีท้องถิ่น และความเข้าใจกระบวนการ ทำงานของ อปท. อย่างลึกซึ้งจาก SSK เพื่อยกระดับการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
คุณวีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับ เทคโนโลยีครั้งนี้ว่า
“การจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ คือ หัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น ปัจจุบัน อปท. หลายแห่ง เผชิญปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายและความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ Bedrock Analytics จึงเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างระบบใหม่บน Cloud Server ในประเทศไทยที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 27001
เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลภาษีซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญของชาติจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยในประเทศไทย และ อปท. จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ข้อมูล (Data Ownership) นั้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบบริหารจัดการยุคใหม่ต้องให้ ความสำคัญสูงสุด”
ด้าน รศ.ดร.สรรเพชญ ชื้อนิธิไพศาล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าทีมพัฒนา C-TAXPRO กล่าวเสริมว่า
“โจทย์ใหญ่ที่เราได้รับจากเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ คือ ต้องการระบบที่ทันสมัยแต่ต้องไม่สร้างภาระในการเรียนรู้ใหม่ C-TAXPRO จึงถูกออกแบบภายใต้แนวคิด User-Centric ที่ยังคงรูปแบบการใช้งานและเมนูที่คุ้นเคยไว้
แต่เบื้องหลังคือการยกเครื่องระบบประมวลผลให้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น รองรับการออกเอกสารราชการสำคัญได้ครบถ้วน และประเมินเอกสารภาษีได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยลดภาระงานเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้น และสามารถบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่”
จุดเด่นของ C-TAXPRO ที่เหนือกว่าระบบเดิม ครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่
ประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง (Performance & UX): ระบบถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานพร้อมกัน จำนวนมาก (High Concurrency) โดยยังคงรักษาความเสถียร พร้อมทีมสนับสนุนที่ช่วยย้ายฐาน ข้อมูลเดิมสู่ระบบใหม่ (Seamless Migration) ให้การทำงานไม่สะดุด
การสำรวจและบริการประชาชน (Smart Operations): เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันสำรวจภาคสนาม (Mobile Survey App) เพื่ออัปเดตข้อมูลทรัพย์สินแบบ Real-time และรองรับระบบบริการประชาชน ออนไลน์ ช่วยลดขั้นตอนการเดินทางและเพิ่มความสะดวกให้ผู้เสียภาษี
ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (Governance): มีระบบ Audit Trail บันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูลทุกขั้นตอน และ Workflow Management ติดตามสถานะงาน ป้องกันการตกหล่น ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้แจง ต่อหน่วยงานตรวจสอบ
ความปลอดภัยของข้อมูล (Security): จัดเก็บข้อมูลบน AWS Asia Pacific (Thailand) ที่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด
การให้บริการและการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ (Support) : โดยผู้ให้บริการมีช่องทางการรับและแก้ไขปัญหาที่ติดต่อได้ตลอดระยะเวลาการใช้งาน พร้อมข่าวสาร ความรู้ และโครงการอบรมต่าง ๆ พิเศษเฉพาะ อปท. ที่ใช้งานระบบ C-TAXPRO
ทั้งนี้ทีมพัฒนาพร้อมรับฟังทุกความต้องการและวางแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ C-TAXPRO สามารถตอบสนองการทำงานด้านงานภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
พิเศษ สำหรับหน่วยงานที่สมัครเข้าร่วมอบรมกับ C-TAXPRO จะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Mobile Survey App สำหรับการสำรวจและบันทึกแก้ไขข้อมูลภาคสนาม ฟรี 1 ปีเต็ม
“C-TAXPRO ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือจัดเก็บรายได้เท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการช่วย วาง ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล’ (Data Infrastructure) ที่แข็งแกร่งให้กับ อปท. ทั่วประเทศ
เพื่อให้ผู้บริหาร ท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณกลับมาพัฒนาเมืองได้อย่างตรงจุด โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” คุณวีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
