มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผนึก Tyson Foods และ ภาคีรัฐ–เอกชน ขับเคลื่อนเกษตรเชิงฟื้นฟู ยกระดับการผลิตข้าวโพดไทยสู่มาตรฐานโลก
รศ.ดร.พัชรียา บุญกอแก้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Mr. Harry Ong, Head of Southeast Asia, Tyson ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ภายใต้โครงการ “Regenerative Agriculture for Improving Maize Production in Thailand”
เพื่อพัฒนาต้นแบบการผลิตข้าวโพดที่ยั่งยืน ฟื้นฟูสุขภาพดิน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในตลาดโลก

โดยมี รศ.ดร.สุตเขตต์ นาคะเสถียร หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Mr. Sharin Baba, Vice President of APAK, Tyson ลงนามในฐานะพยาน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม 9 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มก.
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาแนวทางการผลิตข้าวโพดตามหลักเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่การผลิตของประเทศไทย พร้อมตอบโจทย์ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
พิธีเปิดได้รับเกียรติจากรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม กล่าวต้อนรับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะทูต และผู้เข้าร่วมงาน พร้อมย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการเกษตร ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และ Mr. Victorino “Mayo” Floro IV, Agricultural Attaché (Second Secretary) ผู้แทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
ร่วมกล่าวแสดงความยินดีต่อความร่วมมือครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะภาคีสำคัญของโครงการ จะสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่เกษตรกรผ่านเครือข่ายเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เพื่อขยายผลแนวทางเกษตรเชิงฟื้นฟูสู่การปฏิบัติจริง และยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวโพดของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานจะร่วมพัฒนารูปแบบการผลิตที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความยั่งยืน และความต้องการของตลาด โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างต้นแบบการผลิตที่สามารถขยายผลได้ในอนาคต
รศ.ดร. สุตเขตต์ นาคะเสถียร หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการจะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการดิน น้ำ และธาตุอาหารพืช การเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล เพื่อสนับสนุนการผลิตข้าวโพดที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติจริงในภาคการผลิต เพื่อสร้างต้นแบบการเกษตรเชิงฟื้นฟูที่สามารถยกระดับรายได้ของเกษตรกร เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยในเวทีโลก
การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก
