ททท.ไทเปนำตลาดไต้หวันเที่ยวเมืองไทยโตสดใส ปี’69 ตั้งเป้าเกิน 1 ล้านคน ทำรายได้ขั้นต่ำกว่า 38,000 ล้านบาท ครึ่งปีหลังกระตุ้นเต็มเหนี่ยว 4 โครงการ “TTE-Beyond Bangkok-Amazing Thailand Digital Detox-เช่าเหมาลำ” ลุยขยายตลาดลักชัวรี่กลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่เที่ยวไทยตลอดทั้งปี

นางสาวสาริมา จินดามาตย์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานไทเป ไต้หวัน เปิดเผยว่า ปี 2569 ตลาดไต้หวันเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมีสัญญาณสดใสตั้งแต่ครึ่งปีแรกเติบโตดีมาก ระหว่างมกราคม -11 มิถุนายน 2569 ทำได้ถึง 468,255 คน เพิ่มขึ้น 3.99 % สร้างรายได้เข้าไทยแล้วกว่า 18,000 ล้านบาท ตลอดปีนี้ตั้งเป้าไว้เกิน 1 ล้านคน จะทำรายได้ 38,000-40,000 ล้านบาท ช่วงครึ่งหลังระหว่างมิถุนายน-ธันวาคม นี้ กำลังเร่งกระตุ้นตลาด 2 เซกเมนต์หลัก รุกส่งเสริมตลาดการขายท่องเที่ยวเมืองไทยด้วย 4 โครงการ ประกอบด้วย

โครงการที่ 1 Thailand Travel Expo :TTE 2026 ร่วมกับพันธมิตรขายแพกเกจนำไต้หวันมาเที่ยวเมืองไทยระหว่างกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนหรือซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ผู้ปกครองนิยมพาลูก ๆ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา มาเที่ยวเมืองไทย
โครงการที่ 2 Beyond Bangkok ขยายนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักกระจายตัวเชื่อมโยงสู่จังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จากกรุงเทพฯ สู่พัทยา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และเชียงใหม่สู่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน
โครงการที่ 3 ทำแคมเปญ Amazing Thailand Digital Detox 2026 รองรับกลุ่มคนวัยทำงานปัจจุบันอยู่ในอุตสาหกรรมการทำเซมิคอนดั๊กเตอร์ นิยมมาผ่อนคลาย ล้างพิษ ด้วยโปรแกรมเวลเนสสอดคล้องกับธีม Healing is The New Luxury ของ ททท.ด้วย
โครงการที่ 4 ร่วมกับสายการบินต่าง ๆ ทั้งแบบบินประจำ และเช่าเหมาลำ (Charter flight) เร่งเพิ่มที่นั่งให้เพียงพอตลอดฤดูเดินทางจาก 2 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ ไทเป และเกาสงเมืองอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของไต้หวันเข้าสู่เมืองไทย ช่วงมิถุนายนนี้ ททท.ไทเป ร่วมกับ บริษัท แฟนทัส ทัวร์ จำกัด ทำโปรแกรมนำนักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำมาไทย ขณะนี้กำลังเจรจาทำต่อเนื่องช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ นี้
ปัจจุบันมีสายการบินบริการ ไป-กลับ ไต้หวัน-ไทย ประมาณ 2 ล้านที่นั่ง/ปี นำโดย อีวีแอร์ สตาร์ลัค การบินไทย แอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ท ไทยไลออนแอร์ จากไทเปมายังสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และมีบางส่วนบินตรงสู่ภาคใต้ เช่น ภูเก็ต 2 เที่ยว/สัปดาห์ ททท.ไทเป มุ่งเน้นเจาะนักท่องเที่ยว 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ครอบครัว เดินทางช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนในเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ต่อไปยังภาคตะวันออก ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยว สวนน้ำ สวนสนุก โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น จุลาสสิคเวิลด์ เอเชีย ทีค, สวนสยาม, ดรีมเวิลด์ ฟาราเวิลด์ ส่วนต่างจังหวัดจะเที่ยวสวนน้ำ เพื่อให้เด็ก ๆ และครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกันได้ อย่างเชียงใหม่ชอบไปสวนสัตว์ ไนท์ซาฟารี และอาหารที่มีเอกลักษณ์พิเศษต่างจากภาคกลาง
กลุ่มที่ 2 คนรุ่นใหม่/มิเลเนียล ชอบทำกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ นวดคลายเครียด ซื้อคอร์สทำเวลเนสสปาและดีท็อกซ์ เที่ยวคาเฟ่เก๋ๆ เที่ยวเชิงผจญภัย ท่องเที่ยวเชิงกีฬาทางน้ำ คอร์สเรียนดำน้ำ และกอล์ฟ
“นักท่องเที่ยวไต้หวันรุ่นใหม่” พร้อมใช้จ่ายเงินเที่ยวหรูหราด้วยเช่นกัน เช่น รูฟ ท็อป บาร์ เพื่อดื่มด่ำประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ อาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเมนูมิชลินไกด์ อาหารสไตล์ Fine Dining สตรีทฟู้ดตามย่านขึ้นชื่ออย่าง ถนนบรรทัดทอง ถนนทรงวาด และนิยมซื้อของฝากผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ได้แก่ ขนมผลไม้ไทยแปรรูป เป็นเจลลี่ อบแห้ง ซื้อเป็นของฝาก และของใช้แบรนด์นารายา ยาสีฟันแบรนด์ต่าง ๆ ในเมืองไทย
ททท.ไทเป “แนะนำผู้ประกอบการไทย” ที่ต้องการขยายฐานรองรับนักท่องเที่ยวไต้หวัน ควรทำความเข้าใจ “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว” ตลาดนี้ให้ความสำคัญมากที่สุดเรื่องการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมเลือกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน นิยมจองพักโรงแรมที่ได้มาตรฐาน CF-Hotel
“ไต้หวัน” เป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเสน่ห์ไทย นิยมรับประทานอาหาร ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ไทย ทุกกลุ่มตลาดมีกระแสรักทุกอย่างในความเป็นไทย ททท.จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันรักษาไทยฮอสปิตาลิตี้ไว้ เพื่อนักท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตอย่างแข็งแรง ผลักดันปี 2569 ทำรายได้เข้าประเทศตามเป้าหมายกว่า 38,000 ล้านบาท นำการท่องเที่ยวกระจายรายได้สู่คนไทยอย่างยั่งยืน
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen