มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ผุดโครงการ “ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้” สืบสานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการน้อมนำ แนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานและการดำรงชีวิต

โดยยึดหลัก “ทางสายกลาง” ซึ่งประกอบด้วยความพอประมาณในการใช้ชีวิตและทรัพยากรอย่างเหมาะสมไม่ฟุ่มเฟือย ความมีเหตุผลในการตัดสินใจโดยพิจารณาข้อมูลและผลกระทบอย่างรอบด้าน และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ความรู้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างรอบคอบ และคุณธรรมในการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ความอดทน และการใช้สติ เพื่อให้สามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม มั่นคง และยั่งยืนทั้งในการดำเนินงานและชีวิตประจำวัน

มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่า และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เพื่อสร้างความยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา

สำหรับการดำเนินโครงการ มูลนิธิฯ โดยมี พันโท สมบูรณ์ ชูวัน เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และคุณจิราพร ธนะโสธร คุณวาสนา พึ่งคล้าย คุณจิราพร เรือนเงิน คุณสุชาดา ล้วนรอด คุณสุทิสา จั่นจินดา คุณเจนสุภา อ่างแก้ว และคุณอาทิตยา จารุวงศ์ เป็นคณะทำงาน

โครงการ “ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้” ตั้งอยู่บนพื้นที่ระหว่างมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมและเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยคณะทำงานเรียกพื้นที่แห่งนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า “สวนลุงเติ้ง”

ซึ่งคำว่า “เติ้ง” เป็นชื่อเล่นของผมเอง โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการปลูกและดูแลพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด

อาทิ กะเพรา มะนาว ผักบุ้ง พริก ตะไคร้ ต้นหอม ผักชี ข่า และมะเขือเทศ เพื่อนำผลผลิตไปใช้ประกอบอาหารภายในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตจริง โดยช่วยลดภาระค่าครองชีพ เสริมสร้างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันบุคลากรได้นำผลผลิตไปใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังส่งเสริมให้บุคลากรวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม ทั้งการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและการออม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ตนเองและครอบครัว

ดร.ภาคภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดเรื่องความประหยัดและการพึ่งพาตนเองได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเยาว์จากคุณพ่อเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ และคุณแม่ศิริวรรณ เดชสกุลฤทธิ์ ซึ่งสอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน การใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล และการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย จนสามารถนำมาปรับใช้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

“ผมมีความตั้งใจที่จะต่อยอดโครงการนี้ไปยังองค์กรอื่น ๆ ที่ดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เชส เอ็นเตอร์ไพรส์ (สยาม) จำกัด และ บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด รวมถึงอยากส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ เพราะสามารถช่วยลดค่าครองชีพ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน”

“ในภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น การปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภคเองเป็นแนวทางที่ทำได้จริงและเห็นผลจริง ผมหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบในการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พร้อมสร้างวัฒนธรรมการประหยัด การออม และการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้เกิดสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน