กรมควบคุมโรค เตือนคนไทยระวังภัยเงียบจากอาหารที่มีโซเดียมสูง เสี่ยงทำความดันโลหิตพุ่งสูง สู่การป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ NCDs จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568 พบว่า คนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,650 มิลลิกรัม หรือเกลือถึง 1.8 ช้อนชา ซึ่งมากกว่าปริมาณที่่องค์การอนามัยโลก(WHO) แนะนำ 1.5 – 2 เท่า คนไทยมักเข้าใจว่าการกินอาหารที่โซเดียมสูงคืออาหารที่มีรสเค็ม แต่ความจริงแล้วอาหารที่มีโซเดียมนั้น ไม่เพียงแต่อาหารที่มีรสเค็มเท่านั้น แต่เป็นอาหารที่มีส่วนประกอบจากเกลือ 3 ประเภทนี้ (โซเดียมแฝง) ได้แก่ เกลือเค็ม คือ เกลือทั่วไปที่มีรสเค็ม เช่น เกลือสมุทร หรือเกลือสินเธาว์ เกลือหวาน คือ ผงชูรส และเครื่องปรุงรสอื่นๆ ที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เกลือจืด คือ ผงฟูที่ใช้ทำขนมปัง และสารกันบูดเพื่อยืดอายุของอาหาร ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ซ่อนตัวอยู่อาหารที่ไม่เค็มแต่ส่งผลต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดภาวะโซเดียมคั่งจากไตขับออกได้ไม่หมด ทำให้เกิดการดึงน้ำและของเหลวในระบบไหลเวียนเลือด ส่งผลโดยตรงต่อภาวะความดันโลหิตสูง หัวใจ ไต และหลอดเลือดทำงานมากขึ้น และหากไม่ได้รับการรักษานำไปสู่โรคแทรกซ้อน เช่น หัวใจวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคไตเรื้อรัง

 

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก(WHO) แนะนำให้ทานโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือเทียบเท่า 1 ช้อนชา โดยสามารถลดการบริโภคโซเดียมได้ด้วยการเลือกกินอาหารที่โซเดียมต่ำ อาหารสดตามธรรมชาติ ผักและผลไม้สด ถั่ว ธัญพืช เนื้อสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ที่ไม่ปรุงรสเพิ่ม หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยว อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารที่เติมเกลือใช้เครื่องปรุงรสที่มีรสเค็มและไม่มีรสเค็ม อาหารที่ใส่ผงฟู ชิมก่อนปรุง ลดการซดน้ำซุป อาหารรสจัด งดการปรุงเพิ่ม เลี่ยงการใช้น้ำจิ้ม น้ำราด อ่านฉลากโภชนาการ และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตั้งแต่วันนี้ก่อนร่างจะพัง เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน