TCEB ผนึกทุกฝ่ายขับเคลื่อนเมกะอีเวนต์ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” จัดครั้งแรกในโลกบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1,030 ไร่ สอดรับตามนโยบายรัฐบาล 3 ด้าน “เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว-นวัตกรรม” เปิด 9 พร้อม “โครงการ-เมือง-ประชาชน/ชุมชน-สื่อสาร-กิจกรรม-แพกเกจท่องเที่ยว-คมนาคม-ที่พัก-ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ต่อยอดไมซ์ 4 มิติ

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บเดินหน้าสนับสนุนเมกะอีเวนต์ไมซ์ “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม134 วัน เฉลิมฉลองอุดรธานี 134 ปี จะเป็นครั้งแรกของโลกเลือกจัดบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1,030 ไร่ แบ่งเป็น พื้นน้ำ 400 ไร่ พื้นดิน 630 ไร่ ที่ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิดหลัก “Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living” (ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน)
งานนี้จะนำประเทศไทย อุดรธานีและภาคอีสาน เป็นแพลตฟอร์มระดับโลก (Global Platform) สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลครบ 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และนวัตกรรม โดยเป็น 1 ใน 5 เมกะอีเวนต์โลก ที่จะสร้าง “ผลิตภัณฑ์วลรวมในประเทศ” (GDP) ได้กว่า 20,000 ล้านบาท สร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่าเกิน 32,000 ล้านบาท ทำรายได้ทางภาษี 6,600 ล้านบาท สร้างอาชีพกว่า 80,000 อัตรา

ขณะนี้ทีเส็บได้ร่วมกับทุกฝ่ายประกาศเดินหน้าความพร้อม “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ไว้ครบแล้วทั้ง 9 ด้าน ประกอบด้วย 1.โครงการ ออกแบบแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการ 2.เมืองได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคพร้อมรองรับผู้มาเข้าร่วมงานตลอด 134 วัน 3.ประชาชน และชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งพร้อมจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี 4.ประชาสัมพันธ์ ได้สื่อสารสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 5.กิจกรรม พร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ และอีเวนต์ระดับนานาชาติ 6.การเดินทาง ระบบคมนาคมเชื่อต่อพร้อมทุกเส้นทางทั่วไทยและอาเซียน 7.แพกเกจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ครบครัน 8.ที่พักได้มาตรฐานเพียงพอ พร้อมรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก และ 9.ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งเมนูไทยและนานาชาติมีความหลากหลาย รสชาติดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมเสิร์ฟเสน่ห์ไมซ์ไทยให้โลกได้รับประสบการณ์ที่ดี สร้างความประทับใจให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการจัดงานไมซ์ระดับโลกในอนาคตอย่างยั่งยืน

จากนั้นทีเส็บจะนำโมเดลขยายผลสร้าง “MICE City” ได้มากกว่าการจัดงาน การซื้อ การขาย นั่นคือจะสามารถโชว์เคสต่อเนื่องเพิ่มในอนาคตอีกถึง 4 มิติ คือ
มิติที่ 1 อุดรธานีเป็นเมืองไมซ์ พร้อมรองรับการจัดประชุมเมกะอีเวนต์ได้ดีมาก เป็นเกตเวย์ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)
มิติที่ 2 เป็นห้องทดลองการจัดงานประชุมเนื่องจากมีนักวิชาการจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ทำให้เกิดคอนเทนท์ต่าง ๆ ลงไปสู่เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงต่อไป
มิติที่ 3 สร้างเครือข่ายและแรงกระเพิ่มเชิงบวกกับเศรษฐกิจได้อย่างหลากหลายทั้งระบบ (Multiplier Economic Impack) กระจายไปยังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ เชิงการเกษตร และนำรายได้เข้าสู่สถานประกอบการโรงแรม ศูนย์ประชุมสัมมนา สถานที่จัดงานแสดงสินค้า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเมกะอีเวนต์นานาชาติ เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ครบวงจร บริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยว ชุมชน วิสาหกิจ ด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสานทั้งระบบ
มิติที่ 4 สร้างภาพจำในระดับนานาชาติถึงหมุดหมายใหม่ของพื้นที่ชุ่มน้ำแดนอีสาน เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแถวหน้าของเมืองไทย
ภายในพื้นที่งานพืชสวนโลกอุดรธานี จะมีไฮไลต์ให้ชม 4 โซนเด่น ได้แก่ โซนที่ 1 สวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจำลองและพรรณไม้หายากจากประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลก โซนที่ 2 อาคารเรือนกระจก พรรณไม้นานาชนิดตื่นตากับพันธุ์ไม้หายากในโลก โซนที่ 3 เทคโนโลยีการเกษตร : แสดงนวัตกรรมการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โซนที่ 4 สวนป่าคาร์บอนเครดิต มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ทีเส็บพร้อมจะผลักดันเมกะอีเวนต์ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” สนับสนุนโยบายรัฐบาลครบทั้ง 3 ด้าน ต่อยอดอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคตครอบคลุม 4 มิติ และพร้อมใช้ศักยภาพทั้ง 9 เรื่อง ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานไมซ์นานาชาติระดับโลกต่อไป
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen