3 ผู้ก่อตั้งระดับประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา เปิดตัว SV Academy สถาบันพัฒนาทักษะ AI และการสร้างซอฟต์แวร์สำหรับเยาวชน ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจไทย หวังยกระดับศักยภาพกำลังคน ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
SV Academy สถาบันพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการสร้างซอฟต์แวร์ โดยมีเป้าหมายยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมการทำงานในทุกอุตสาหกรรม

สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งโดย 3 ผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์ทำงานในระบบนิเวศเทคโนโลยีของซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา
ประกอบด้วย นายพรหม ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษารุ่นใหม่และผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและนวัตกรรม โรงเรียนเลิศหล้า, นายไกรรัตน์ ไมรินทร์ อดีตวิศวกรอาวุโสที่เคยร่วมงานกับ Amazon, Databricks, Uniswap และ Magic Eden และ นายชาลี พิสุราช วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบ (Technical Infrastructure) ที่มีประสบการณ์จาก Meta, Wing ในเครือ Google X และ Robinhood Markets โดยมีโรงเรียนเลิศหล้าเป็นพันธมิตรแห่งแรกในการนำร่องหลักสูตรในประเทศไทย
โดยนายพรหม ปาลเดชพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานของคนทุกวัย จึงต้องการออกแบบการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งการใช้งาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ผู้ใช้ เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดย SV Academy จะทำหน้าที่เชื่อมองค์ความรู้จากซิลิคอนวัลเลย์ให้สอดคล้องกับบริบทของการศึกษาไทย
ด้านนายไกรรัตน์ ไมรินทร์ กล่าวว่า ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตัวเองที่สตาร์ทอัพใน ซิลิคอนวัลเลย์ นำ AI มาใช้ช่วยลดเวลาในการออกสู่ตลาดลงถึง 5 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 20 เท่า ในขณะที่พนักงานที่ไม่สามารถปรับตัวตามได้ทันก็ต้องถูกคัดออกไป
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องคอยเช่าซอฟต์แวร์สำเร็จรูป จ่ายรายเดือน อีกทั้งยังต้องฝืนปรับการทำงานของทีมให้เข้ากับโปรแกรม แต่ AI พลิกเกมนี้ไปแล้ว วันนี้เราสามารถสร้างแอปที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน อีกทั้งยังได้เป็นเจ้าของและควบคุมระบบทุกอย่างด้วยตัวเอง และนี่คือทักษะที่ SV Academy จะสอน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้
“ภารกิจของ SV Academy คือการลดช่องว่างระหว่าง ซิลิคอน วัลเลย์ และประเทศไทย จนกระทั่งไม่มีช่องว่างนั้นเหลืออยู่”นายไกรรัตน์ กล่าว
ขณะที่นายชาลี พิสุราช กล่าวว่า ในยุคที่ AI ทำให้การเข้าถึงองค์ความรู้เป็นเรื่องง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือความสามารถในการนำความรู้ไปสร้างผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริง โดย SV Academy จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบระบบ (System Design) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์จากประสบการณ์การทำงานกับองค์กรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อช่วยให้องค์กรไทยสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ SV Academy ได้ออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้ง SV Academy Junior สำหรับเยาวชนอายุ 10-15 ปี เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างแอปพลิเคชันและการใช้ AI ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน และ SV Academy Entrepreneurs and Business Owners สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน