จับมือมูลนิธิวิสาหกิจพลังงานชุมชน ส่ง 4G พลังงานสะอาดสู่ยอดดอย สร้างต้นแบบพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ให้ดำเนินโครงการ “ขยายผลศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อสังคมด้อยโอกาสเชิงสร้างสรรค์” โดยมอบหมายให้ มูลนิธิวิสาหกิจพลังงานชุมชน (วิสาหกิจเพื่อสังคม) เป็นหน่วยดำเนินการ เพื่อนำโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและพลังงานสะอาดเข้าถึงชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงและพื้นที่ห่างไกลที่ยังอยู่นอกเขตบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน (USO) จากการมีส่วนร่วมของชุมชน สู่ต้นแบบ “Digital Community Living Lab”

โครงการเริ่มต้นจากกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยร่วมสำรวจข้อมูล ออกแบบตำแหน่งติดตั้ง และวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านภูมิประเทศร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงอย่างแท้จริง

ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าและโครงข่ายสื่อสารยังเข้าไม่ถึง โครงการจึงพัฒนาระบบ Hybrid Energy ที่ผสานพลังงานจาก Syngas, Solar Cell และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อสร้างแหล่งพลังงานที่มีเสถียรภาพ รองรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกแบบโครงข่ายสื่อสารแบบ แม่ข่าย–ลูกข่าย (Hub–Node Network) เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมหมู่บ้านและครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกล ลดข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่ที่การติดตั้งระบบเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง Digital Community Living Lab หรือศูนย์เรียนรู้และนวัตกรรมดิจิทัลของชุมชน ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเรียนรู้ ทดลอง พัฒนา และบริหารจัดการระบบด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการสร้างพี่เลี้ยง (Mentor) การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือการสร้าง “วิศวกรชุมชน” (Community Engineer) ซึ่งเป็นบุคลากรในพื้นที่ที่สามารถดูแล บำรุงรักษา และพัฒนาระบบพลังงานและโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารดิจิทัล การตลาดออนไลน์ การผลิตสื่อ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชน

เมื่อสิ้นสุดโครงการ ชุมชนจะไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับบริการ” แต่จะก้าวสู่การเป็น “วิสาหกิจดิจิทัลเพื่อสังคม” (Digital Social Enterprise) ที่สามารถบริหารจัดการระบบสื่อสารดิจิทัลด้วยตนเอง นำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการศึกษา การประกอบอาชีพ การสื่อสารสาธารณะ และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้หลักการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน เท่าเทียม และยั่งยืน

โมเดลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่บูรณาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาดจากทรัพยากรฐานชีวภาพที่มีอยู่ในท้องถิ่น และการพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นโมเดล Digital Community Living Lab ที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการสื่อสาร สร้างความมั่นคงทางดิจิทัล และลดการพึ่งพางบประมาณในการบำรุงระบบภาครัฐในระยะยาวผ่านการบริหารจัดการโดยชุมชนเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน