PROSPECT REIT พร้อมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ลุยลงทุนโครงการ BFTZ 4 บางปะกง
เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XR กำหนดสิทธิจองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม ควบคู่ XD จ่ายปันผล 0.0705 บาทต่อหน่วย

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 PROSPECT REIT เตรียมพร้อมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ในอาคารคลังสินค้าและโรงงานของโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) ย่านบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เชื่อมต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ฮับอุตสาหกรรมย่านถ.บางนา – ตราด และ EEC ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

ทรานส์ฟอร์มสู่กองทรัสต์ที่เป็นรากฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ดันพอร์ตสู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XR (Excluding Right) เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน และประกาศจ่ายปันผลในอัตรา 0.0705 บาทต่อหน่วย กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับปันผล พร้อมกันในวันที่ 5 สิงหาคม 2569

นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ PROSPECT REIT เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 หรือ BFTZ 4 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาวในอาคารโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้า 31 หลัง รวม 101 ยูนิต

ประกอบด้วย อาคารคลังสินค้าสำเร็จรูป 18 หลัง 58 ยูนิต อาคารโรงงานสำเร็จรูป 5 หลัง 7 ยูนิต อาคารโรงงานสำเร็จรูปขนาดเล็ก 7 หลัง 34 ยูนิต และ อาคาร Built-to-Suit 1 หลัง 2 ยูนิต มีพื้นที่ให้เช่ารวม 187,949 ตร.ม.

แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่ผู้เช่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ 153,788 ตร.ม. และเขตประกอบการทั่วไป 34,161 ตร.ม. บนที่ดินกว่า 202 ไร่ มีอายุสัญญาเช่า 30 ปี นับจากวันที่เริ่มต้นระยะเวลาการเช่า และต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 30 ปี ซึ่งจะส่งผลให้อายุสิทธิการเช่าเฉลี่ยของ PROSPECT REIT เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 28 ปี จากปัจจุบันประมาณ 15 ปี/1 (คำนวณเฉพาะส่วนที่เป็นสิทธิการเช่า)

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัท บีเอฟทีแซด บางปะกง จำกัด (เจ้าของโครงการ BFTZ 4) ทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 เปิดเผยว่า โครงการ BFTZ 4 บางปะกง ซึ่งครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ Free Zone ขนาดใหญ่ คิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมด และพื้นที่ General Zone นอกจากนี้ยังตั้งอยู่บนพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป หรือ Purple Zone

โดยทำเลของโครงการ BFTZ4 สามารถเชื่อมต่อท่าเรือและสนามบินได้อย่างสะดวก เอื้อต่อการนำเข้า – ส่งออก ร่วมด้วยการยกระดับทั้งคุณภาพโครงการ มาตรฐานการบริการ และ Infrastructure อาทิ ระบบไฟฟ้ากำลังสูง ระบบสื่อสารความเร็วสูง ช่วยดึงดูดผู้ประกอบการใน Supply Chain เดียวกันให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

และพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ในฐานะผู้ถือหุ้นร่วมของบีเอฟทีแซด บางปะกง จะทำสัญญากับ PROSPECT REIT เพื่อรับประกันค่าเช่าพื้นที่ของทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมที่ยังไม่มีผู้เช่า ณ วันที่กองทรัสต์เข้าลงทุน ในอัตราค่าเช่าขั้นต่ำเดือนละ 170 บาทต่อ ตร.ม. เป็นระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่กองทรัสต์เข้าลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่กองทรัสต์ รวมถึงยังคงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ เพื่อดูแลและบริหารโครงการและผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

นางสาวอรอนงค์ กล่าวต่อว่า การขยายการลงทุนไปที่โครงการ BFTZ 4 คือก้าวสำคัญที่เราตั้งใจผลักดันให้ PROSPECT REIT เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างมั่งคง โดยมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 1 หมื่นล้านบาท ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เป็นกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายพื้นที่บริหารจัดการเป็นกว่า 7.5 แสน ตร.ม.

ทั้งนี้ PROSPECT REIT กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XR (Exclude Right) เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน นอกจากนี้จะมีการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 พฤษภาคม 2569 ในอัตรา 0.0705 บาทต่อหน่วย ขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับปันผล พร้อมกัน ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569

นางสาวบุษราภรณ์ จันทร์ชูเชิด รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า หลังจาก บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ล่าสุดได้นับหนึ่งแบบ Filing แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอขายหน่วยทรัสต์ โดยการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 5,040 ล้านบาท โดยจะมาจากการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 450 ล้านหน่วย และเงินกู้ยืมสถาบันการเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพสร้างรายได้และผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยหลังจากแบบ Filing มีผลใช้บังคับใช้แล้ว จะแจ้งราคาเสนอขายสูงสุดหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนและรายละเอียดการจองซื้อให้ทราบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน