“หลินจือยักษ์” ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร (ภาพ: People’s Daily)
มณฑลจี๋หลินกำลังนำเทคโนโลยีและงานวิจัยด้านชีววิทยามายกระดับอุตสาหกรรมเห็ดหลินจือ ตั้งแต่การเพาะปลูก การคัดเลือกสายพันธุ์ การแปรรูป ไปจนถึงการตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่น
ภายในเขตสาธิตการเพาะเห็ดสมัยใหม่ของงานมหกรรมเกษตรนครฉางชุน ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ได้รวบรวมเห็ดเศรษฐกิจและเห็ดสมุนไพรกว่า 30 ชนิดไว้ในพื้นที่เดียว ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรจี๋หลิน เปิดให้ทั้งประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการเข้าศึกษาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง พร้อมสามารถสั่งซื้อเชื้อเห็ดเพื่อเพาะปลูก โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและรับซื้อผลผลิตกลับไปแปรรูป

เห็ดหูหนูหยกและเห็ดหูหนูหยกสีชมพู ที่เพาะเลี้ยงโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลินจือจิ้งเยว่ (ภาพ: People’s Daily)
เบื้องหลัง “สวนอาณาจักรเห็ด” แห่งนี้ คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเห็ดหลินจือ ในหมู่บ้านหลินเจีย เขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคจิ้งเยว่ มณฑลจี๋หลิน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2023 ปัจจุบันมีโรงเรือนเพาะเห็ดหลินจือกว่า 400 หลัง และกลายเป็นฐานสำคัญในการผลิตสปอร์เห็ดหลินจือ ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นการเพาะปลูก เกษตรกรแทบไม่มีประสบการณ์ แต่หลังจากได้รับการสนับสนุนจากนักวิจัยด้านชีววิทยา พันธุศาสตร์พืช และการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้สามารถพัฒนาเทคนิคการเพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้ผลิตเห็ดหลินจือได้ปีละประมาณ 1.5 ล้านก้อน ผลิตเห็ดหูหนูอีกกว่า 15 ล้านก้อน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านหยวน และสร้างงานให้คนในพื้นที่มากกว่า 2,000 คน

คณะนักวิจัยของศาสตราจารย์หลี่ อวี้ ให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีแก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลินจือจิ้งเยว่ (ภาพ: People’s Daily)
การพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทีมนักวิจัยของศาสตราจารย์หลี่ อวี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อราระดับแนวหน้าของจีน ผลงานของทีมถูกนำไปประยุกต์ใช้ใน 28 มณฑลและ 45 ฐานสาธิตทั่วประเทศ สนับสนุนวิสาหกิจชั้นนำ 22 แห่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมกว่า 432,397 ล้านหยวน
บริษัทในพื้นที่ยังได้พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเพาะปลูกมาตรฐาน การแปรรูป การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองทั้งมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของจีน อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานจัดทำมาตรฐานเห็ดหลินจือฉางไป๋ซานอีกด้วย
หลังจาก “เห็ดหลินจือฉางไป๋ซาน” ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในปี 2025 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้จำนวนผู้สอบถามและความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมทั้งเดินหน้ายกระดับระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม

เห็ดหลินจือช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ
สร้างรายได้และความมั่งคั่งแก่ชุมชน (ภาพ: People’s Daily)
ล่าสุด ทีมนักวิจัยยังพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบแหล่งกำเนิดและความแท้ของสปอร์เห็ดหลินจือ ด้วยการผสานข้อมูลสเปกตรัมอินฟราเรดใกล้ ข้อมูลไอโซโทป และปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงพัฒนาชุดทดสอบที่สามารถตรวจสอบสปอร์เห็ดหลินจือได้อย่างรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และใช้งานง่าย ช่วยให้สามารถยืนยันได้ว่าผลิตภัณฑ์เป็นเห็ดหลินจือแท้จากฉางไป๋ซานหรือไม่ และมีการปลอมปนวัตถุดิบจากพื้นที่อื่นหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การผสานเทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ และการวิจัยภาคเกษตร ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังทำให้เห็ดหลินจือกลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชนบท สร้างรายได้ให้เกษตรกร และส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ของมณฑลจี๋หลินอย่างต่อเนื่อง
ที่มา People’s Daily