ภาพมุมสูงของสายการผลิตอัจฉริยะ โครงการระยะที่ 5 ของฐานการผลิตบริษัทหงลู่ สตีล สตรักเจอร์ ในเมืองกัวหยาง (ภาพ: People’s Daily)

อำเภอกัวหยาง เมืองป๋อโจว มณฑลอันฮุย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเร่งยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนแรงงาน และยกระดับคุณภาพสินค้า

ที่ฐานการผลิตของบริษัทหงลู่ สตีล สตรักเจอร์ หุ่นยนต์เชื่อมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในสายการผลิต ปัจจุบันโรงงานทั้ง 17 แห่งมีการใช้งานหุ่นยนต์เชื่อม โดยเฉพาะโรงงานหมายเลข 16 ซึ่งติดตั้งหุ่นยนต์เชื่อมมากกว่า 100 ตัว และเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2022 เพื่อสะสมประสบการณ์และปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ผู้รับผิดชอบสายการผลิตระบุว่า การควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลช่วยให้พนักงานหลีกเลี่ยงการทำงานในพื้นที่อุณหภูมิสูง โดยพนักงาน 1 คนสามารถดูแลเครื่องจักรได้ 4-6 เครื่องพร้อมกัน ขณะที่หุ่นยนต์สามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้คุณภาพงานเชื่อมที่สม่ำเสมอและมีความแม่นยำสูง

หุ่นยนต์กำลังปฏิบัติงาน (ภาพ: People’s Daily)

ตัวอย่างหนึ่งในสายการผลิต คือการเชื่อมโครงสร้างเหล็กกว้าง 3 เมตร ซึ่งมีแนวเชื่อมยาว 2.8 เมตร หากใช้แรงงานคนต้องแบ่งเชื่อมอย่างน้อย 3 ช่วง และอาจมีความแตกต่างของแนวเชื่อม แต่หุ่นยนต์สามารถเชื่อมได้ในครั้งเดียว ทำให้แนวเชื่อมมีมาตรฐานเดียวกันตลอดทั้งชิ้นงาน

อย่างไรก็ตาม การนำหุ่นยนต์มาใช้ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทเคยจัดซื้อหุ่นยนต์เชื่อมจากภายนอกเมื่อราวปี 2018 แต่พบว่าไม่สามารถตอบโจทย์การผลิตจริงได้ จึงหันมาพัฒนาหุ่นยนต์ของตนเอง โดยอาศัยข้อมูลจากสายการผลิตจริง ปัจจุบันบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์เชื่อมได้แล้ว 4 รุ่น และนำมาใช้งานในฐานการผลิตมากกว่า 500 ตัว

การยกระดับสู่การผลิตอัจฉริยะช่วยผลักดันให้ฐานการผลิตของบริษัทขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 6 ตั้งแต่ปี 2016 พื้นที่โรงงานขยายจาก 300 หมู่ (ราว 125 ไร่) เป็น 1,057 หมู่ (ราว 440 ไร่) แม้ตลาดจะชะลอตัว แต่ในปี 2025 บริษัทสามารถผลิตโครงสร้างเหล็กได้กว่า 1.6 ล้านตัน สร้างมูลค่าผลผลิตมากกว่า 14,500 ล้านหยวน

ฉนวนใยหินที่ผลิตโดยบริษัทเฟิงซุ่น (ภาพ: People’s Daily)

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแล้ว อำเภอกัวหยางยังเร่งสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปสีเขียว ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ณ ไตรมาสแรกของปี 2026 อำเภอกัวหยางมีวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 27 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นวิสาหกิจเทคโนโลยีขั้นสูง 5 แห่ง และวิสาหกิจเฉพาะทางระดับมณฑลอีก 4 แห่ง โดยมูลค่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของอำเภอทะลุ 3,700 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 48% ของมูลค่าภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในพื้นที่ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น แผ่นฉนวนใยหินผสมตะแกรงเหล็ก ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังและทนแรงลมได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์แบบเดิม ตอบรับความต้องการวัสดุก่อสร้างประหยัดพลังงานและปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

ภาครัฐท้องถิ่นระบุว่า การรวมตัวของอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงด้านเทคโนโลยี บุคลากร เงินทุน และทรัพยากรต่าง ๆ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างนวัตกรรมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของอันฮุยได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา People’s Daily

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน