ได้ยินชื่อของหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เป็นเยาวชนรุ่นใหม่มากพักใหญ่แล้ว ในฐานะที่ตัวเขาเป็นผู้ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะศิลปะนาฏศิลป์อย่าง โขนไทย ที่นับวันจะหาดูได้ยากแต่ มาโก้ ศิลา วัฒนะกุล นักเรียน ม.ปลาย วัย 18 ปี กลับเลือกเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบ และพาตัวเองไปฝึกฝนการแสดงโขนด้วยความลุ่มหลง จนชำนาญ และได้รับโอกาสได้ร่วมในการแสดงโขนเวทีต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

มาทำความรู้จัก มาโก้ ศิลา วัฒนกุล กันสักนิด เขาเป็นเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-เดนมาร์ก วัย 18 ปี ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณศศิธร วัฒนกุล (ลอร่า) พิธีกรและนักธุรกิจสาว กับ คุณสิษฐ วัฒนกุล สำเร็จการศึกษาในระดับอนุบาลจากโรงเรียนจิตรลดา ระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติเวอร์โส (VERSO International School) ปัจจุบันศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กำลังเตรียมตัวเพื่อสอบเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

งานอดิเรก คือ ชอบสะสมและสร้างโมเดลจำลอง นอกจากนี้เวลาว่างยัง ทำอาหารได้ด้วย
ขณะที่ความสามารถส่วนตัว คือ การพูดสื่อสารแบบ 2 ภาษาไทย-อังกฤษ และ การเล่นโขน

การแสดงโขนและงานสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม

ปี 2567 ได้เล่นโขนเยาวชนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระรามยกทัพ สัประยุทธ์ทศกัณฐ์” โดยรับบทเป็นยักษ์ ทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นการแสดงเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศเลโซโท ต่อหน้าพระพักตร์ สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท และพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมกษัตริย์และผู้นำประเทศอื่นๆในทวีปแอฟริกาที่เป็นแขกรับเชิญ

ในปี 2568 ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ ประเภทบุคคลเด็กและเยาวชนประกายเพชร ด้านศิลปวัฒนธรรม จาก กรุงเทพมหานคร
ในปี 2568 รางวัลด้านศิลปวัฒนธรรม และดนตรี ประจำปี 2568 (ประเภทกลุ่ม) จาก กระทรวงศึกษาธิการ

ในปี 2569 มาโก้ ศิลา ได้ร่วมแสดงละครเวทีภาษาอังกฤษเรื่อง The King’s Command บทพระราชนิพนธ์ภาษาอังกฤษของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผลงานเปิดตัวของ Siam Repertory Theatre Company (SRTC) คณะละครนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดยขึ้นแสดงต่อหน้าพระพักตร์ เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร (HRH The Princess Royal) ในคราวเสด็จเยือนประเทศไทย

จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจโขนไทย

มาโก้ เคยให้สัมภาษณ์ ถึงจุดเริ่มต้นในการเล่นโขนว่า เกิดจากแรงบันดาลใจเล็กๆ จากการดูโขนไทยในวัยเด็ก แต่เมื่อฝึกจริงก็พบว่าโขนไม่ง่าย อย่างที่เห็นบนเวที เพราะต้องเริ่มจากพื้นฐานที่เข้มงวด ทั้งการดัดมือ การถีบเหลี่ยม การทรงตัวให้สง่างาม สรีระท่าทางต่างๆ และการควบคุมกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายให้สอดคล้องกับจังหวะ เพราะได้เรียนรู้ว่า การเป็น “โขนยักษ์” ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่ต้องมีพลังที่นิ่ง หนักแน่น และควบคุมอารมณ์ได้จนร่างกายจำท่าเองโดยไม่ต้องคิด

ทุกครั้งที่พลาด ผมต้องกลับไปเริ่มใหม่โดยไม่มีทางลัด แม้จะเจ็บ เหนื่อยล้า และเคยตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ก็เลือกที่จะไม่หยุด เพราะรู้ว่าความอึดและความอดทน คือหัวใจของศิลปะนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าโขนไม่ใช่เพียงการแสดง แต่คือศาสตร์ที่หลอมรวมร่างกาย จิตใจ และวินัยเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง อาจยาก แต่ไม่เกินความสามารถของคนที่ไม่ยอมแพ้ และทุกอุปสรรคคือขั้นบันไดของการพัฒนาตัวเอง

คนรุ่นใหม่ การจัดสรรเวลา เพื่อทำในสิ่งที่ชอบ

“ในฐานะคนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้การจัดการเวลาอย่างจริงจัง แบ่งเวลาเพื่อการเรียน การฝึกโขน และการพักผ่อน โดยวางแผนล่วงหน้า จัดลำดับความสำคัญ และใช้เวลาสั้นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้มองว่าการเรียนกับสิ่งที่รักต้องแข่งขันกัน แต่ผมทำให้ทั้ง 2 อย่างส่งเสริมกัน โขนสอนให้ผมมีสมาธิและวินัย ที่ส่งผลโดยตรงต่อผลการเรียนของผม ผมใช้โขนเป็นพื้นที่สร้างคุณค่า ทั้งการแสดงเพื่อสังคม การเผยแพร่วัฒนธรรมในต่างประเทศ และการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นเดียวกันเห็นว่าศิลปะไทยยังมีพลังและไม่เชยหรือน่าเบื่ออย่างที่คิด” มาโก้ กล่าว

หวังนำการแสดงโขนไทย เผยแพร่สู่สายตาชาวโลกในฐานะ Softpower

มาโก้ เปิดเผยด้วยว่า โขน คือ “ภาษาของวัฒนธรรม” ที่ใช้ภาษากายสื่อสารกับคนทั่วโลกได้ โดยไม่ต้องเจ้าใจทุกคำพูด และเป็น Soft Power ที่ทรงคุณค่า เหมาะกับการสานสัมพันธ์ การแสดงความสามารถ และสร้างความบันเทิง ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ผมจึงตั้งใจจะพัฒนาตนเองต่อไป ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นผู้แสดงที่ดีขึ้น แต่เพื่อเป็น “ผู้สืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรม โขนไทยสู่ระดับสากล เป็นความสวยงามที่ไม่เหมือนใครในโลก ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะพาศิลปะโขนสู่รุ่นน้องทุกคนที่สนใจ พร้อมร่วมกันพาโขนไทยออกสู่สายตานานาประเทศ

ครอบครัวคือแรงสนับสนุนสำคัญให้ได้ทำตามฝัน

“ในฐานะเป็นคนไทย ผมภูมิใจในความเป็นไทยอย่างมาก ทุกแรงสนับสนุนที่ผมก้าวเดินในชีวิตต้องขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ผมยอมรับซึบซับการช่วยเหลือสังคมมาจากคุณแม่ 100 % มุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อร่วมเผยแพร่สิ่งดีดีของไทยไปยังต่างประเทศแน่นอน” มาโก้ กล่าว

ทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเยาวชนไทยที่น่าสนใจ เพราะจัดสรรแบ่งเวลา งาน เรียน และ ความชอบได้อย่างลงตัว และได้ กำลังใจที่สำคัญฯ ในการเป็นลมใต้ปีกที่อยู่สนับสนุนพัฒนาการการที่มีคุณภาพนี้ คือ คุณแม่คนเก่ง “ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล” ที่ทุ่มเทกับการดูแลลูกชายได้อย่างดี และเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่จะให้ใครอมยิ้มในการอ่านครั้งนี้…

เรื่องและภาพ : จุลดิส รัตนคำแปง และ มัจจติกา โคมทอง สื่่อมวลชนอิสระ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน