ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 มีมติว่า 1) เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ เร่งรัดและติดตามการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานดังกล่าว ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2) ให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้เปิดเผยว่าจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจแจ้งให้ที่ประชุมให้รับทราบว่า “จากประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดบุรีรัมย์ มีมติขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 26/2560 ครั้งที่ 2 ออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ซึ่งในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้มีข้อกำชับและสั่งการว่า ขอให้กรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ เร่งปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งที่ได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร หรือการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้ขับเคลื่อนไปให้ได้และให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงได้นำเรียนกรรมการที่เป็นตัวแทนจากทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักงาน เลขาธิการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ประจำของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เลขาธิการต้องนำเรื่องนี้แจ้งไปยังสาขาจังหวัดว่านายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรให้แล้วเสร็จ โดยให้จำแนกแยกประเภทหนี้ให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ จำนวนเท่าใด และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จำนวนเท่าใด ติดปัญหาในเรื่องใด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฝากขอบคุณคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน”
ในการขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจครั้งที่ 2 นั้น สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้จัดทำแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย 1) การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร แผนนี้เป็นแผนเร่งด่วน โดยเริ่มจากการขยายเวลาสำรวจหนี้ออกไปถึง 30 มิถุนายน 2561เพื่อจัดทำทะเบียนข้อมูลเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งการสำรวจข้อมูลหนี้จะเปิดให้เกษตรกรมายืนยันตัวตน ณ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัด จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และการเจรจาหนี้สิน เป็นการเจรจากับสถาบันเจ้าหนี้ทั้งระบบเพื่อชะลอหนี้เร่งด่วนในชั้นล้มละลาย ขายทอดตลาด บังคับคดียึดทรัพย์ หนี้พิพากษา และถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จำนวน 6,252 รายจากนั้นจะนำผลการเจรจาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการ2) การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นแผนการการสนับสนุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การพัฒนาศักยภาพผู้นำ การปรับปรุงฐานข้อมูล การติดตามและประเมินโครงการ การพัฒนาเศรษฐกิจแนวทางประชารัฐ/สร้างนวัตกรรมความร่วมมือและช่องทางการตลาด รวมทั้งแผนฟื้นฟูเกษตรกรหลังจัดการหนี้ 3) การปรับปรุงโครงสร้างและกฎหมายเป็นการแก้ไข พรบ. กฟก. และการแก้ไขการดำเนินงานของ กฟก. เช่น ปรับปรุงนโยบายทางบัญชี การกำหนดตัวชี้วัด กพร. การจัดทำคู่มือบริหารความเสี่ยง การจัดทำโปรแกรมและฐานข้อมูล เป็นต้น ในแต่ละภาระงานจะมีการกำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการและระยะเวลาแล้วเสร็จอย่างชัดเจน ซึ่งจะสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจอย่างครบถ้วนและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจได้ให้ความห่วงใยเกษตรกรที่เป็นหนี้เร่งด่วน หากเกษตรกรสมาชิกท่านใดเป็นหนี้เร่งด่วนแต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหนี้ ซึ่งจะไม่มีรายชื่อในจำนวน 465,925 รายขอให้ท่านติดต่อที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัด เพื่อแจ้งความประสงค์ขอชะลอการดำเนินการทางกฎหมายภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02 – 1580342 กด 6203 นายสไกรกล่าว.