ครั้งแรกบริษัทคนไทยสร้างอาวุธ “ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง” ในโลกออนไลน์แบบครบทุกแพลตฟอร์ม

ครั้งแรกบริษัทคนไทยสร้างอาวุธ “ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง” ในโลกออนไลน์แบบครบทุกแพลตฟอร์ม

“ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง” – ทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้ แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า เรดดี้ แพลนเน็ตเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่เปิดมาแล้ว 19 ปี และจากการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ สำหรับให้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้บริษัทพร้อมแล้วกับการเป็น All-in-one Marketing-Tech Platform คือให้บริการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งครอบคลุมทุกขั้นตอน โดยกำหนดเริ่มต้นให้บริการแก่ลูกค้าวันที่ 1 สิงหาคม 2562 นี้

“เพราะการทำการตลาดไม่ใช่แค่การทำโฆษณาอย่างเดียว แต่การที่ลูกค้าซึ่งเป็นออนไลน์ยูสเซอร์จะมาเจอสินค้าแบรนด์หนึ่งและกลายเป็นลูกค้าที่มี loyalty กับแบรนด์ได้ต้องอาศัย 3 ขั้นตอนด้วยกัน คือ 1.ธุรกิจต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าจริงๆ ได้มากที่สุด 2.ต้องเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายนั้นให้เป็นลูกค้าให้ได้ และ 3.การทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์และเกิดการซื้อซ้ำ ซึ่งหากธุรกิจต่างๆ ทำได้ครบทั้ง 3 ขั้นตอนก็จะสามารถเติบโตได้”

ทรงยศ กล่าวว่า ขณะที่เทรนด์การทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในปัจจุบันนั้น ธุรกิจขนาดใหญ่สนใจการทำการตลาดด้วยการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) ไม่ใช่หว่านแหแบบสมัยก่อน เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าได้ถึง 50% และเพิ่มยอดขายได้ 5-15% (ข้อมูลจาก McKinsey) ซึ่งการทำการตลาดดังกล่าวต้องทำงานในลักษณะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยอาศัยฐานข้อมูลมหาศาลและใช้มาร์เก็ตติ้งซอฟต์แวร์เป็นเครื่องมือสำคัญ

“แต่ปัญหาคือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กอย่าง SME ไม่มีข้อมูลมหาศาลเหมือนกับแบรนด์ใหญ่ และการใช้มาร์เก็ตติ้งซอฟต์แวร์เพื่อให้ลูกค้าของเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดก็ต้องใช้เงินมาก เช่น บริษัทใหญ่ที่มีเงินทุนมากสามารถใช้ซอฟต์แวร์ติดตามและวิเคราะห์ว่าช่องทางการตลาดช่องทางไหนดีที่สุดได้ แต่ SME ไม่สามารถติดตามได้เพราะไม่มีเงินทุนพอ เป็นต้น ขณะเดียวกัน SME บางรายก็จ้างหลายบริษัทในการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมถึงกัน จึงไม่สามารถทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงได้นั่นเอง”

จากปัญหาดังกล่าว ReadyPlanet ผู้คิดค้นเเละพัฒนามาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม สัญชาติไทยที่อยู่ในวงการเทคโนโลยีมา 19 ปี จึงพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนการตลาด หรือ Full Funnel เเบบ Reach – Convert – Retain มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเเพลตฟอร์มต่างประเทศเเต่เข้ากับธุรกิจไทยได้ดียิ่งกว่า โดยเรียกว่า “ReadyPlanet Marketing Platform” (RMP)

ซีอีโอ ReadyPlanet อธิบายต่อว่า RMP คือเครื่องมือการตลาดออนไลน์ครบวงจรที่มีการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันต่างๆ ครบทั้ง 3 ขั้นตอน เริ่มจากการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือ Reach บริษัทมีบริการจัดการโฆษณาในสื่อออนไลน์ อย่างกูเกิล ยูทูบ เฟซบุ๊ก ฯลฯ

ต่อมากับขั้นตอนการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้เป็นลูกค้า หรือ Convert บริษัทให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป โมบายล์แอปพร้อมใช้ ช็อปออนไลน์ ระบบจองบริการ และขั้นตอนการรักษาฐานลูกค้าเดิม หรือ Retain บริษัทมีระบบ CRM (Customer Relationship Management) บริหารงานขายและจัดการฐานลูกค้า ระบบ Database ที่เก็บข้อมูลลูกค้าเชิงลึก เป็นต้น

“ลูกค้าของเรดดี้ แพลนเน็ตเป็น SME 19,000 ราย เป็นรายใหญ่ 100 ราย ซึ่งลูกค้า SME ก็พบกับปัญหาเหล่านี้ ที่ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าทำการตลาดแบบดิจิทัลไปแล้วได้ผลดีมากน้อยแค่ไหน แต่เดิมบริษัทเราให้บริการเฉพาะการทำเว็บไซต์สำเร็จรูป จึงค่อยๆ พัฒนาเครื่องมือต่างๆ และเปิดตัวเป็น ReadyPlanet Marketing Platform (RMP) ซึ่งพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบวันที่ 1 สิงหาคมนี้”

นอกจากนี้ยังมีบริการ R-CRM ซึ่งเป็นการบริหารจัดการข้อมูลผ่านกลุ่มเป้าหมาย โดยจะมีเครื่องมือคือแอพพลิเคชั่น (R-app) ที่แบรนด์ใหญ่ๆ มักใช้เพื่อให้ลูกค้าติดต่อสื่อสารกับแบรนด์สะดวกมากขึ้น โดยในแอพพลิเคชั่นจะมีระบบการทำสมาชิก, การแจกคูปอง, ระบบสะสมแต้ม ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำ

“ไม่เพียงเท่านี้ ในบริการ RMP ของเรายังมี R-insights ซึ่งเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าการทำการตลาดด้วยวิธีต่างๆ นั้นคุ้มสำหรับธุรกิจของเขาหรือไม่ หรือแม้แต่วิเคราะห์ข้อมูลว่าคีย์เวิร์ดไหนก่อให้เกิดการขายมากที่สุด เรียกได้ว่าครบทุกขั้นตอนของการสร้างและรักษาฐานลูกค้าจากออนไลน์ ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้วเรามองว่าโปรดักต์ของเราจะช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างธุรกิจได้ดีกว่าเดิมได้”

สำหรับราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 3,300 บาท/ปี ซึ่งลูกค้าจะได้รับบริการ R-web, R-widget และ R-CRM แต่หากต้องการใช้ครบทุกบริการมีราคาอยู่ที่หลักแสนบาทต่อปี โดยลูกค้าของเรดดี้ แพลนเน็ตซึ่งที่ผ่านมามีเฉพาะ R-web และ R-shop จะได้รับการอัพเกรดเพิ่ม R-CRM ให้ฟรี

“ถ้าหากจ้างบริษัทอื่นทำทั้งหมดนี้ SME อาจต้องใช้เงินหลายแสนหรือหลักล้านบาท และหากใช้ซอฟต์แวร์ของต่างประเทศก็มีราคาสูง ถ้าเทียบแล้วของเราราคาอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของเราคือมีการปรับให้เข้ากับธุรกิจไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟอนต์, ภาพ, ระบบชำระเงิน, มีการเทรนนิ่งให้ลูกค้า รวมถึงซอฟต์แวร์ของเรายังได้มาตรฐาน ISO 27001 และมีเครื่องมือสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลกับแพลตฟอร์มอื่นที่ลูกค้ามีอยู่เดิมได้ด้วย”

ทรงยศเน้นย้ำว่าด้วยความที่เป็น All-in-One Marketing-Tech Platform ทำให้มีราคาถูกกว่าการไปจ้างทำเว็บไซต์เเละระบบทั้งหมดเอง พร้อมลดเวลาการดำเนินการ อีกทั้งยังมีราคาเพียง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับซอฟต์เเวร์ต่างประเทศ ส่วนความกังวลในเรื่อง Data Privacy นั้นทางบริษัทให้ความสำคัญเเละพัฒนาระบบอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความมั่นใจของลูกค้า

บทความก่อนหน้านี้อุตุฯเตือน ดีเปรสชัน ถล่ม ทั่วไทยฝนหนัก เหนือ-อีสานโดนก่อน ระวังน้ำป่า-ดินถล่ม
บทความถัดไป‘เฉลิมชัย’ เร่งฟื้น 2 โครงการ ขุดอุโมงค์เติมน้ำเขื่อนภูมิพล 6.3 หมื่นล้าน – ผันน้ำโขง 1.56 แสนล.