ปรับโฉม‘ฟาร์มเอาต์เล็ต’ ยกระดับสินค้าเกษตรชุมชนสู่ยุค 4.0

ปรับโฉม‘ฟาร์มเอาต์เล็ต’ ยกระดับสินค้าเกษตรชุมชนสู่ยุค 4.0

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวสู่ยุคดิจิตอล หรือ 4.0 ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้แต่ภาคเกษตรของไทย

การเกษตรยุค 4.0 ถือเป็นการเกษตรยุคใหม่ที่แตกต่างจากยุคก่อน ที่ต้องรู้จักทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ การจูงใจ รวมไปถึงการหาช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทย


ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีสถานที่จัดจำหน่ายจำหน่ายสินค้า มีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเข้มแข็งและความมั่นคงของอาชีพ


โดยที่ผ่านมากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำโครงการพัฒนาและส่งเสริมศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (ฟาร์มเอาต์เล็ต : Farm Outlet) เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และขยายตลาดรองรับสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีการพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเข้มแข็ง มีอำนาจต่อรอง สามารถพึ่งพาตนเองได้

รวมทั้งยังเป็นการสร้างตราสัญลักษณ์สินค้าเกษตรหรือแบรนด์สินค้าเกษตรของจังหวัด อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ให้ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และประชาชนที่สนใจโดยทั่วไปได้รับทราบ

ปัจจุบันศูนย์ฟาร์มเอาต์เล็ตได้ดำเนินการมาครบ 10 ปีแล้ว และเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน กรมการค้าภายในได้ปรับภาพลักษณ์ของฟาร์มเอาต์เล็ตให้มีความทันสมัยและยกระดับการบริหารจัดการให้เป็นระบบ รวมทั้งขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์ด้วย


นายวิชาญ ช่วยชูใจ ผู้บริหารศูนย์ Farm Outlet ร้านทางไท จ.สงขลา กล่าวว่า การทำเกษตรยุคใหม่ เกษตรกรไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองให้ครบรอบด้าน ตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงตลาดปลายทาง รู้จักใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีและชัดเจน เพื่อสะท้อนตัวตนและสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค ไม่เพียงภายในประเทศ แต่รวมถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ส่วนน.ส.กมลพร ตรียะชาติ ผู้บริหารศูนย์ Organic Farm Outlet จ.อุดรธานี กล่าวว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการฟาร์มเอาต์เล็ตแต่ละรายต้องมีการปรับตัวให้สอดรับกับการปรับภาพลักษณ์ใหม่ เช่น ปรับโฉมร้านค้าให้ทันสมัย เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจขึ้น เพิ่มการตลาด และการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เป็นการสร้างความแตกต่างและโดดเด่นให้กับร้านของตัวเอง


นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ฟาร์มเอาต์เล็ต คือ แหล่งขายสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวผู้ผลิตมากที่สุด ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน เราเจอสิ่งหนึ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาต่อเนื่องมายาวนานคือ เกษตรกรผลิตเก่ง ผลิตได้เร็ว โดยเฉพาะพวกผัก พวกผลไม้ แต่สิ่งที่เจอปัญหาบ่อยที่สุด คือ ผลิตแล้วหาที่ขายยาก ทำให้เกษตรกรของเราแทนที่จะมีรายได้ กลับไปซ้ำเติมทำให้เขาลำบากมากขึ้น

ศูนย์รวมสินค้าซึ่งเราใช้ชื่อว่าฟาร์มเอาต์เล็ต คือการดึงผู้ซื้อเข้าไปถึงแหล่งผลิต ซึ่งโครงการนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2552 จะมีการเพิ่มทุกๆ ปี ปีละ 7-10 ราย ในแต่ละจังหวัดตอนนี้มีแล้ว 39 จังหวัด ที่ทำมาก็ได้รับการตอบรับที่ดีเพราะคนซื้อรู้ว่าเป็นสินค้าของเกษตรกรโดยตรง และสินค้าที่วางขายได้รับการรับรองเรื่องคุณภาพ ราคา จะไม่แพงกว่าแหล่งอื่น และเป็นการซื้อโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง


“วันนี้เราได้ผู้ซื้อเข้ามาร่วมด้วย วันนี้เรามี สมาคมเดอะเชฟ สมาคมภัตตาคาร เข้ามาร่วม ต่อไปนี้กรมการค้าภายในจะประสานผู้ซื้อที่ใช้สินค้าจากภาคเกษตรโดยตรงและเน้นสินค้าคุณภาพ ให้รู้จักฟาร์มเอาต์เล็ตมากขึ้นและสามารถติดต่อซื้อขายกับฟาร์มเอาต์เล็ตได้โดยตรง จะมีผู้จัดการรับผิดชอบจากกรมการค้าภายในมาดูแลเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยเฉพาะ เป็นเครือข่ายของฟาร์มเอาต์เล็ตทั่วประเทศ ถ้าท่านติดต่อที่ไหนไม่ได้ให้ติดต่อมาที่ 1569 ได้เลย จะมีคนคอยประสานให้ว่า วันนี้ฟาร์มเอาต์เล็ตตรงไหนมีสินค้าอะไรบ้าง และฟาร์มเอาต์เล็ตไหนมีสินค้าแล้วยังหาที่ขายไม่ได้ เราจะประสานต่อให้ว่าต้องไปขายที่ใคร”นายวิชัย กล่าว

เกษตรกรยุค 4.0 จึงถือเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร ชุมชน ไปจนถึงประเทศชาติ

บทความก่อนหน้านี้ดิ้นเอาชีวิตรอด! โลมาพันธุ์หายากโดนเชือกลอบปูม้าพันตัว ติดแหง็กลอยเคว้งกลางทะเล(คลิป)
บทความถัดไปตกนรกเพราะแฟน สาว 17 ช้ำ ถูก แก๊งยาขืนใจ มาราธอน 4 วันติด ปล่อยทิ้งข้างทาง