ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2563 ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ในการนี้ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ บูรณาการเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ดังนี้
- รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดหาภาชนะเก็บกักน้ำและใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างประหยัด ถูกวิธี และถูกสุขลักษณะ ร่วมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ รวมถึงมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ ให้เข้าใจง่ายและรับทราบอย่างทั่วถึง
- สร้างการรับรู้ ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ ในการปรับตัวและพฤติกรรมการเพาะปลูกให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อาทิ การปลูกพืชน้ำน้อย หรือการส่งงเสริมอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้ทดแทนการเพาะปลูก
- ให้อำเภอจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ และการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตชลประทาน
- กำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดการซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และระมัดระวังอย่าให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกรณีการแย่งชิงน้ำ หรือนำประเด็นการขาดแคลนน้ำไปใช้เพื่อสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่
- ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา โดยทำความเข้าใจกับผู้ให้เช่านา และกำหนดค่าเช่านาให้ลดลงตามส่วนแห่งความเสียหาย หรืองดเก็บค่าเช่านา
- ขอความร่วมมือสถานธนานุเคราะห์ สถานธนานุบาล และโรงรับจำนำของเอกชน ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ ผ่อนผัน หรือยืดระยะเวลาในการชำระหนี้แก่ผู้จำนำ ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม 2563 ให้ขยายเวลาไถ่ถอนทรัพย์จำนำไปอีกเป็นระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย (4 เดือน 30 วัน)
- กำชับนายอำเภอในพื้นที่ ถือปฏิบัติตามแนวทางการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2563 และการบริหารจัดการน้ำด้วยวิธีการ “ขุดดินแลกน้ำ”
ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายปกครองได้บูรณาการประสานการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2563 นี้
เอกสารเผยแพร่ที่ 33/2563
วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563