เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2564 เวลา 12.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จลงยังตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงบรรยายรายวิชาผ่านระบบออนไลน์ ครั้งที่ 6 เรื่อง “การก่อตัวและการกระจายตัวของมะเร็ง” (Tumor Promotion and Progression-ทิวเมอร์ โปรโมชั่น แอนด์ โปรเกรซชั่น) ต่อเนื่องจากการบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการการเกิดมะเร็ง ประกอบด้วย ขั้นเริ่มต้น ขั้นก่อตัว และขั้นกระจายตัว ซึ่งทุกขั้นตอนที่กล่าวนี้ มีความซับซ้อนในตัวเองทั้งสิ้น โดยได้ทรงบรรยายรายละเอียดของกลไกและความรู้พื้นฐานทางชีวโมเลกุลและชีวเคมีที่เกี่ยวข้องในการเกิดโรคในขั้นเริ่มต้นไปแล้วนั้น

ในครั้งนี้ ทรงบรรยายเรื่องการก่อตัวและการกระจายตัวของมะเร็ง โดยหลังจากขั้นเริ่มต้นที่เซลล์เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอ เช่น การกลายพันธุ์ในเซลล์ขึ้นแล้ว จะเข้าสู่ขั้นก่อตัว ซึ่งเซลล์ที่มีการกลายพันธุ์นั้นจะมีการขยายตัวหรือเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก การเพิ่มจำนวนนี้อาจเกิดสารที่ส่งเสริมให้เกิดมะเร็ง เรียกว่า สารโปรโมเตอร์ (Promoter) บางครั้งคนจะได้รับสัมผัสผ่านอาหารและวิถีการดำเนินชีวิต สารเหล่านี้จะไม่มีผลต่อสารพันธุกรรมภายในเซลล์โดยตรงเหมือนสารก่อมะเร็ง แต่จะทำหน้าที่โดยจับกับตัวรับสัญญาน ที่มีความจำเพาะอยู่บนผิวเซลล์ หรืออาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนโดยไม่ต้องอาศัยตัวรับก็ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเพิ่มจำนวนของเซลล์ โดยผ่านกลไกต่างๆ ในระดับยีนและระดับเซลล์

โดยทรงยกตัวอย่าง รูปแบบการทดลองเกี่ยวกับการเกิดมะเร็งผิวหนังในสัตว์ทดลอง ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของขั้นตอนการเกิดที่สามารถแยกออกเป็น 2 ขั้นตอนอย่างชัดเจน ขั้นตอนแรกใช้สารก่อมะเร็งที่มีผลต่อสารพันธุกรรมทาบนผิวหนัง และขั้นที่ 2 ใช้น้ำมันสลอด ทาทับเพื่อกระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน การศึกษาดังกล่าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการเกิดมะเร็ง ซึ่งใช้เวลายาวนานในการก่อตัวให้เป็นก้อนเนื้อที่สามารถตรวจพบได้

หลังจากที่มีการเพิ่มจำนวนของเซลล์ที่ผิดปกติในขั้นก่อตัว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเซลล์เหล่านี้มากขึ้น โดยเซลล์ที่มีการเจริญรวดเร็วและผิดปกติมาก จะคงอยู่และขยายจำนวน และสะสมความผิดปกติในยีนมากขึ้นเรื่อยๆ นำไปสู่ขั้นกระจายตัว ซึ่งมีการกลายพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการแสดงออกของยีนบางชนิด ทำให้เซลล์เหล่านี้ขยายตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเซลล์ส่วนใหญ่ในก้อนมะเร็งนั้น โดยในช่วงแรกจะอยู่รวมกันในบริเวณที่เกิดมะเร็ง ซึ่งหากตรวจพบในระยะแรก จะมีโอกาสรักษาให้หายได้ แต่หากปล่อยให้ความผิดปกติเหล่านี้ดำเนินต่อไปจนเซลล์มะเร็งเริ่มรุกล้ำไปยังบริเวณใกล้เคียง โดยทะลุผ่านชั้นรองรับเนื้อเยื่อชั้นผิว ซึ่งเป็นตัวกั้นที่สำคัญ ทำให้เซลล์มะเร็งสามารถออกจากจุดเริ่มต้น เข้าสู่ระบบหลอดเลือดและท่อน้ำเหลือง และการกระจายตัวออกไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไป จึงทำให้แพร่กระจายไปสู่หลายระบบในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความรู้ในเรื่องขั้นตอนเบื้องต้นของการเกิดมะเร็งแล้ว แต่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการรุกล้ำและการกระจายตัวที่ยังไม่สมบูรณ์ จึงเป็นปัญหาหลักที่ยังต้องวิจัยและศึกษาต่อไป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิสภาพของโรคมะเร็ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน