จากสถิติของเยาวชนทั้งประเทศในปี 2562 ที่มีจำนวน 7,336,865 คน คิดเป็นสัดส่วน 11.02% ของประชากรทั้งหมด พบว่ามีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและต้องออกกลางคัน

รวมถึงเยาวชนที่มีความยากจน ทำให้ไม่สามารถศึกษาในสิ่งที่ตนเองมีความถนัดหรือสนใจที่จะนำมาสู่การประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้ หรือเยาวชนที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่วัยเด็กและอาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ

สภาพการณ์เหล่านี้บั่นทอนกำลังสำคัญของประเทศและอาจกระทบต่อเยาวชนทั้งกลุ่มใหญ่ หากเยาวชนเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับสังคม เช่น ค้ายาเสพติด การทำอาชีพที่ไม่สุจริต หรือการเป็นภาระให้กับสังคมในการดูแล หากพวกเขาไม่มีอาชีพ

และนี่คือที่มาของ “โครงการ YEN-Dx พี่สอนน้อง คล่องธุรกิจ” ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมมือกับเครือข่าย YEN-Dx และวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำขึ้นมาเพื่อมอบ “โอกาส” ให้น้องที่ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ที่จะต้องออกจากสถานสงเคราะห์เมื่ออายุครบ 18 ปี ไปสู้โลกโดยลำพัง ด้วยการติดอาวุธด้าน “อาชีพ” ให้

YEN-Dx ได้เปิดตัวโครงการในวันที่ 25 ธ.ค.2564 ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะพี่ผู้ร่วมแบ่งปัน ได้แก่ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รศ.ดร.ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายพิชเยนตร์ หงส์ภักดี CEO บริษัท Anitech จำกัด

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อดีตอธิบดีกรมการต่างประเทศ(คต.) และผู้ก่อตั้งเครือข่าย YEN-Dx เปิดเผยว่า YEN-Dx ได้ร่วมมือกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำโครงการ “YEN-D พี่สอนน้อง คล่องธุรกิจ” มอบโอกาสทางสังคมให้แก่น้องๆ ที่ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ที่จะต้องออกจากสถานสงเคราะห์เมื่ออายุครบ 18 ปีไปสู่โลกโดยลำพัง ด้วยการติดอาวุธด้านอาชีพให้ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้มีความรู้ มีความสามารถด้านอาชีพ เพื่อให้เลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต
ขณะนี้ มีเยาวชนสนใจร่วมโครงการแล้ว 443 คน โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ทำการสำรวจความสนใจด้านอาชีพของน้องแต่ละคนแล้ว มีสนใจเรียนรู้ด้านไอที การทำอาหาร และอาชีพอื่นๆ ซึ่งจะนำความต้องการตรงนี้ไปแจ้งให้วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต จัดทำหลักสูตรให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านออนไลน์ เมื่อเรียนจบก็จะได้รับประกาศนียบัตร ถือเป็นใบเบิกทางที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ และที่สำคัญ น้องที่เรียนจบจะได้รับโอกาสในการเข้าไปฝึกงานหรือทำงานในเครือข่าย YEN-Dx ที่มีอยู่กว่า 700 บริษัททั่วประเทศด้วย

โดยโครงการจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
คือระยะที่ 1 เปิดตัวโครงการเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการและสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ในวันเสาร์ที่ 25 ธ.ค.2564
ระยะที่ 2 น้องๆเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์บนแพลตฟอร์มของวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตาม Module ที่น้องสนใจ
ระยะที่ 3 น้องๆเลือกไปฝึกปฏิบัติงานหรือเข้าทำงานในบริษัทของเครือข่าย YEN-Dx ของนักธุรกิจรุ่นใหม่ มีใจช่วยเหลือสังคม

“การที่เราลงมือทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อจะแสดงให้เด็กๆเหล่านี้ได้เห็นว่าชีวิตเค้าจะไม่เคว้งคว้างอีกต่อไป ยังมีผู้ใหญ่ในสังคมที่พร้อมจะให้โอกาสเขา ซึ่งสมาชิก YEN-Dx ที่ทราบข่าวก็พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นการให้ที่ยั่งยืน นั่นคือการให้ความรู้ ให้อาชีพ ให้พวกเขามีทัศคติที่ดีในการใช้ชีวิต เพราะเด็กในวันนี้คืออนาคตของประเทศชาติ เราไม่ควรปล่อยให้เค้าเติบโตมาอย่างเดียวดายและไร้ที่พึ่งพิง นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีโครงการนี้ขึ้นมา” นายอดุลย์ กล่าว

สำหรับที่มาของชื่อ YEN-D(เย็น-ดี) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Young Entrepreneur Network เกิดจากแนวคิดของนายอดุลย์ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นการร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคเอกชน เช่น หอการค้าไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สนับสนุนผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีความพร้อมที่จะขยายการค้าและการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ให้มีโอกาสไปทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ผ่านการอบรมให้ความรู้ เพิ่มทักษะ และให้โอกาสนักธุรกิจรุ่นใหม่ได้สร้างความสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ของเพื่อนบ้านควบคู่ไปด้วยกัน เพราะทางโครงการเห็นว่าการสร้างเครือข่าย เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ จึงอยากช่วยนักธุรกิจรุ่นใหม่นี้ทำการผูกมิตร พร้อมให้ความรู้ไปในเวลาเดียวกัน และเมื่อมีภารกิจหลากหลายมากขึ้นจึงเป็นที่มาของชื่อ YEN-Dx

ปัจจุบัน YEN-Dx มีเครือข่ายเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทย และประเทศในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวม 1,400 ราย และที่ผ่านมาได้มีการเชื่อมโยงการค้า การลงทุนระหว่างกัน และร่วมมือทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

วรนุช มูลมานัส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน