นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2565 โดยกำชับหน่วยงานในสังกัดบูรณาการร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกล COVID-19 และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยถือปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดทำแผนการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 พร้อมเสนอแนวทางอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงแนะนำประชาชนให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 มีวันหยุดราชการติดต่อกัน
หลายวันจึงคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว หรือเดินทางไปทำบุญด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือใช้บริการรถโดยสาธารณะเป็นจำนวนมาก จึงได้มอบหมายให้ สนข. จัดทำแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลดังกล่าว ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2565 ระยะเวลารวม 7 วัน โดยมีการตั้งเป้าหมายการดำเนินการช่วงวันหยุดยาว ดังนี้

  1. บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เพียงพอไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร และทันกับเหตุการณ์
  2. ให้ความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในคุณภาพของการให้บริการขนส่งสาธารณะ ด้วยการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นและจริงจัง
  3. กำกับและควบคุม ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565
  4. บริหารจัดการจราจรทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ให้มีความคล่องตัวและไม่ติดขัด
  5. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้จัดเตรียมแผนงานและมาตรการรองรับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ที่ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่

1. มิติอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

– เตรียมบริการขนส่งสาธารณะทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ ให้เพียงพอได้มาตรฐาน
ความปลอดภัยให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด

– ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทาง และเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า – ออกกรุงเทพฯ โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนกลุ่มที่เดินทางใกล้ (ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว ภายในรัศมี 200 – 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ) ให้เดินทางออกทีหลัง – กลับไว โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 14 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในวันที่ 16 เมษายน 2565 สำหรับคนบ้านไกลขอให้เดินทางออกไว – กลับทีหลัง โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12 – 13 เมษายน 2565 และกลับเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16 – 17 เมษายน 2565 โดยการเหลื่อมเวลาตามแผนนี้จะช่วยกระจายปริมาณการจราจรบนถนนและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์

– จัดเตรียมมาตรการสำหรับบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางถนนสายหลักและสายรอง ที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด โดยการคืนพื้นผิวจราจรและช่องจราจรบริเวณโครงการก่อสร้าง ตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยง

2. มิติความปลอดภัยในการเดินทาง

– ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยง (Black Spot) ที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เช่น บริเวณ
จุดกลับรถ จุดตัดถนนกับรถไฟ และทางลักผ่าน

– รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ “ไม่ขับเร็ว – คาดเข็มขัดนิรภัย – สวมหมวกนิรภัย – ดื่มไม่ขับ – รักษาวินัยจราจร” รวมถึงร่วมกันขับเคลื่อนการกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565

– การกำกับดูแลความพร้อมของพนักงานขับขี่และพนักงานประจำรถโดยสารสาธารณะ เรือโดยสาร และรถไฟให้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบและไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่ใช้สารเสพติด รวมถึงตรวจสภาพความพร้อมและมีอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ เรือโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน รวมถึงภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าเรือ และท่าอากาศยาน รวมถึงการเปิดใช้งานระบบ GPS ในรถโดยสารสาธารณะ

3. มิติด้านการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19

– เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยถือปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่ง พ.ร.ก ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบกำกับดูแลการให้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทตามแนวทางที่กำหนด ทั้งการจัดบริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอและเหมาะสม จำกัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทตามที่กำหนด รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่าง และการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้ร่วมกันให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ประกอบด้วย

  1. ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบนทางพิเศษ ๕ เส้นทาง ได้แก่
    – ทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก ระหว่างวันที่ 12 – 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 7 วัน

    – ทางพิเศษศรีรัช อุดรรัถยา และเฉลิมมหานคร ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2565 เป็นเวลา 3 วัน
    – มอเตอร์เวย์ ๒ เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ – พัทยา และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน ระหว่างวันที่ 12 – 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 7 วัน
    – เปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ชั่วคราว ช่วงปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ ระยะทาง 64 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 สำหรับขาออกระหว่างวันที่ 11 – 14 เมษายน 2565 เป็นเวลา 4 วัน และขาเข้าระหว่างวันที่ 15 – 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 4 วัน
  2. บริการที่จอดรถฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2565

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีข้อสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ดำเนินการดังนี้

  1. ให้ทุกหน่วยงานนำแผนที่ได้นำเสนอในการประชุมมาทำเป็นรายการตรวจสอบ (Checklist) งานในความรับผิดชอบ เพื่อจะได้นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างชัดเจน
  2. ให้หน่วยงานรายงานผลการดำเนินงานตามแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  3. โทรศัพท์สายด่วนสำหรับให้บริการข้อมูลข่าวสารและรับเรื่องร้องเรียน ควรพร้อมให้บริการเสมอ และหากมีกรณีฉุกเฉินต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมรองรับการเกิดเหตุ
  4. ควรกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผล อย่างแท้จริง โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางบกต้องเน้นเรื่องการตรวจสอบความพร้อมความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และยานพาหนะในจุดตรวจ (Checking Point)
  5. รณรงค์ให้เกิดการดำเนินงานตาม “มาตรการคนบ้านใกล้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ทีหลัง และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อน” ของ สนข. เพื่อบริหารจัดการการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 โดยพิจารณาแนวทางจูงใจ (Incentive) ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ลดค่าบริการเดินทางเพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการเดินทาง หรือหารือผู้ประกอบการให้ลดราคาค่าอาหารเครื่องดื่ม หรืออื่น ๆ แก่ผู้ที่เดินทางตามมาตรการดังกล่าว
  6. ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยบริเวณทางลักผ่านและบริเวณจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนน
  7. ให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ตรวจสอบการคืนพื้นผิวจราจรบริเวณที่มีการก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคอขวดและจราจรติดขัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน