พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดอบรมวิชาของแผ่นดินและจัดเวิร์คช้อปสร้างอาชีพจากผู้มีประสบการณ์จริงกว่า 10หลักสูตรฟรี ในงานนิทรรศการหมุนเวียน“พันธุกรรมสร้างชีวิต” ตั้งแต่ 1-3 เมย.นี้ พร้อมเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ “ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง” มุ่ง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธาน”ด้านการเกษตร

เริ่มแล้ววันแรกอย่างคึกคักสำหรับงานนิทรรศการหมุนเวียน“พันธุกรรมสร้างชีวิต” ที่ พิพิธภัณฑ์การเกษตรจัดขึ้น เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรม เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายนและเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ “ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง” พื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธาน ด้านการเกษตร

พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวย้ำถึงกิจกรรมที่สำคัญภายในงานว่า จะมีการเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ “ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง” พื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธาน ด้านการเกษตร และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับการจัดงานเพื่อรองรับพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนฟรี เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ที่ตกผลึกจากประสบการณ์ของวิทยากรผู้มากความสามารถ ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 10 หลักสูตร เช่น หลักสูตรกัญชา พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ โดยอาจารย์ นพ.สมยศ กิตติมั่นคง แพทย์ประจำโรงพยาบาลบางโพ กรุงเทพฯ หลักสูตร การผลิตมูลไส้เดือนด้วยวัสดุในบ้าน โดย ผศ.ดร.วิยดา กุนทีกาญจน์ และผศ.ดร.ทรรศวรรณ ทิพยวรการกูร อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลักสูตรการเลี้ยงไก่ไข่และไก่เนื้ออินทรีย์ โดยอาจารย์อำนาจ เรียนสร้อย แทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม จ.นครปฐม และหลักสูตรพรรณไม้แปลกที่ควรปลูก โดยอาจารย์วีระยุทธ ศรีเลอจันทร์(ทอง ธรรมดา) ศูนย์เรียนรู้เพชรพิมาย จ.นครราชสีมา เป็นต้น โดยจำกัดผู้เข้าร่วมอบรม 30 คนต่อวิชา

นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของพันธุกรรมสัตว์ในท้องถิ่น เพื่อให้รู้จักพันธุกรรมสัตว์มหัศจรรย์ในท้องถิ่นและใช้ประโยชน์จากพันธุกรรม สร้างประโยชน์ สร้างจิตสำนึกรักษ์พันธุกรรม อาทิ พันธุ์สัตว์ในพระนามาภิไธย อาทิ ปูเจ้าฟ้า ฉายาแพนด้า ปูน้ำตกที่มีสีของลำตัวและตาคล้ายแพนด้า คือ กระดองและก้ามเป็นสีขาว ขาเดินสีดำ เบ้าตาสองข้างและบริเวณปากเป็นสีม่วงดำ ถูกพบครั้งแรกที่บริเวณน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง
ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร นางฟ้าน้ำจืดตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำจืดรูปร่างคล้ายกุ้ง พบครั้งแรกในแอ่งน้ำชั่วคราว ในตำบลบ้านโนนเมือง จังหวัดขอนแก่น อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำขังชั่วคราวที่ค่อนข้างสะอาด
ผีเสื้อรัตติสิริน ผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ค้นพบครั้งแรกในพื้นที่ป่าดิบชื้นของสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ตั๊กแตนคูหารัตน์ แมงป่าไม้ ตั๊กแตนหนวดยาวที่เจอได้เฉพาะในประเทศไทย พบครั้งแรกที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา
หรือพันธุกรรมสัตว์ในท้องถิ่น อาทิ โคขาวลำพูน พระโครูปงามในพระราชพิธีแรกนาขวัญ “พระโค” ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทำหน้าที่ไถนาและเสี่ยงทาย เพื่อสร้างกำลังใจแก่เกษตรกรและเสริมความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง เป็นต้น
พร้อม ชม ช้อปตลาดเศรษฐกิจพอเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สินค้า ผลผลิตเกษตรปลอดภัยที่คัดสรรมาให้เลือกซื้อ รวมถึงอาหารพื้นบ้านคาวหวานทั้ง 4 ภาค ที่มากด้วยคุณภาพจากผู้ผลิต ราคาเป็นกันเองกว่า 200 ร้านค้า
พิเศษ ภายในงานมีการแจกพันธุกรรม “เบญจรงค์ 5 สี” ให้ประชาชนผู้มาร่วมงานกว่า 1,000 ต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการร่วมอนุรักษ์พันธุกรรมพืชต่อไป

โดยการจัดงานในครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัดผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม หรือมีผลตรวจ ATK โดยแสดงหลักฐานประกอบภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าร่วมงาน และลงทะเบียนก่อนเข้าสถานที่ด้วย Application ไทยชนะหรือสมุดสำหรับลงทะเบียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ