อยากฉีดฟิลเลอร์คืนความอ่อนเยาว์ ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง ถ้าไม่อยากเสี่ยง!
ฉีดฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นมากครับ หลายคนให้ความสนใจ และอีกหลายคนเคยผ่านการฉีดมาบ้างแล้ว แต่หมอก็เชื่อว่ายังมีบางคนที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงรายละเอียดแบบลึกซึ้ง ว่า Filler คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง ช่วยทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ลงได้จริงหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน
เพื่อคลายข้อสงสัยเหล่านี้ รวมถึงช่วยให้สามารถเลือกตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย คุ้มค่า หมอมีคำแนะนำครับ
สารบัญ ฟิลเลอร์
- ฟิลเลอร์คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม
- ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ? แบบไหนที่ปลอดภัย
- ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง?
- ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละจุดใช้กี่ CC ?
- ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม ?
- ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
- อันตรายจากฉีดฟิลเลอร์ปลอมที่ควรรู้
- ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
- ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน อาการข้างเคียงที่ควรรู้
- ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?
- การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
- การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
- ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
ฟิลเลอร์ คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิว ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน มีความปลอดภัย ไม่ทําให้เกิดการแพ้ เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัว และอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังสามารถสลายได้เองไม่มีสารตกค้าง ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
โดยคุณสมบัติเด่นที่ทำให้ฟิลเลอร์ได้รับความนิยม ได้แก่
- ฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มร่องลึก เสริมชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง
- ฟิลเลอร์ช่วยลดริ้วรอย และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้
- สามารถนำมาใช้ในการปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด
- มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง
- ช่วยให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้ฟิลเลอร์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ และยังสามารถนำมาใช้ฉีดบนใบหน้าได้หลายจุดทั้งบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ปาก คาง ขมับ ร่องแก้ม หน้าผาก และริมฝีปาก หลังฉีดฟิลเลอร์เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โบท็อก ร้อยไหม หรือใช้เครื่องมือยกกระชับ เช่น Hifu, Ulthera และ Thermage เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ตามดุลพินิจของแพทย์
ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ? แบบไหนที่ปลอดภัย
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ฟิลเลอร์ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีฟิลเลอร์ปลอม หมอเถื่อนเกิดขึ้น โดยนำฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานมาใช้ก่อให้เกิดอันตรายตามครับ โดยฟิลเลอร์ (Filler) ในทางการแพทย์ จะหมายถึงการฉีดสารเติมเต็ม (Injectible Filler) ทุกชนิดครับ ในต่างประเทศมักแบ่งออกได้ 4 ประเภท ดังนี้
- HA (Hyaluronic Acid) ไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูรอนิค สามารถสลายได้ ผ่านอย.ไทย มีความปลอดภัยปลอดภัย สลายหมด โดยหลังฟิลเลอร์สลายยังสามารถฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ ปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก
- Collagen จากสัตว์ ปัจจุบันไม่นิยมใช้เนื่องจากมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ บวมแดงได้ง่าย
- Transplanted Fat หรือการฉีดไขมัน จะเหมาะกับคนที่ต้องการฉีดครั้งละมาก ๆ 10-20 CC
- Biosynthetic polymers เป็นกลุ่มของซิลิโคนเหลว Calcium Hydroxylapatite, Polymethylmethacrylat เป็นฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร ไม่สามารถสลายได้ ไม่ปลอดภัยและไม่ผ่านอย. หากถูกนำมาใช้ หลังฉีดแล้วจะแข็งเป็นก้อน บางเคสอาจเกิดฟิลเลอร์ไหล หรือกลายเป็นพังผืด ต้องผ่าออก หรือขูดออกเท่านั้นครับ
โดยฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ในคลินิกความงามที่ได้มาตรฐานจะเป็นฟิลเลอร์ประเภท HA (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกกันว่า “ฟิลเลอร์แท้” เพราะที่ผ่านอย. มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ มีทั้งผลิตในฝั่งเอเชียอย่าง ฟิลเลอร์เกาหลี เช่น ฟิลเลอ์eptq และ ฟิลเลอร์นิวรามิส และผลิตจากฝั่งยุโรปที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับและนิยมนำมาใช้ เช่น ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน) ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา) และ ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง ?
การฉีดฟิลเลอร์หน้าสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ช่วยแก้ปัญหาที่ต่างกัน เช่น แก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก คืนความอ่อนเยาว์ หรือปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม โดยการฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้าจะมี 7 จุด ฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยม หลังทำสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีดังนี้
1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นจุดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ โดยการ Filler ใต้ตา สามารถช่วยแก้ปัญหาบริเวณใต้ตาได้หลายอย่างเช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ ฉีดใต้ตาดํา กลบรอยคล้ำใต้ตา ตัวการทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรมไม่สดใส นอกจากนี้ยังสามารถแก้ปัญหาร่องตาลึก ตาโหล ตาโบ๋ มีร่องใต้ตา ในผู้ที่มีปัญหากระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง เนื้อน้อยลง จากอายุที่มากขึ้น หลังฉีดจะช่วยให้หน้าดูเด็กลง ใต้ตาสดใสขึ้นได้ครับ
(ปัญหาใต้ตา แก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา)
ใครที่ปัญหาใต้ตาลักษณะนี้ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ปลอดภัย เห็นผลไว และคุ้มค่ามากครับ ทั้งนี้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ต้องเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเทคนิคเฉพาะ ฉีดถูกจุด เลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน
2.ฉีดฟิลเลอร์คาง – ฟิลเลอร์กรอบหน้า บริเวณคางและกรอบหน้าจะบ่งบอกถึงโครงสร้าง และสัดส่วนความงามบนใบหน้า สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้สมมาตรหรือหน้าเรียววีเชฟได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหารูปหน้าไม่สมส่วน คางสั้น แก้มอูม คางเหลี่ยม หน้ากลม และอยากมีคางเรียวสวยแบบเร่งด่วน ซึ่งถ้าฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องก็จะได้ผลดี สามารถกระชับใบหน้า และเพิ่มความสมดุล เพิ่มมิติให้กับใบหน้า ดูเป็นธรรมชาติไม่แพ้การผ่าตัดศัลยกรรมครับ

3. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม การมีร่องแก้มลึกส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัยครับ สามารถแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ซึ่งมีหลายเทคนิค เช่น ฟิลเลอร์แก้มส้มในผู้ที่ปัญหาทั้งร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องมุมปาก ทำให้ดูสูงวัย ทั้งนี้หมอจะประเมินว่าคนไข้แต่ละคนเหมาะกับเทคนิคไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
4. ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนทรงปาก อยากฉีดปากสายฝอ อยากมีปากกระจับ หรือ ผู้มีริมฝีปากบาง มีริ้วรอยบริเวณขอบปาก ปากแห้ง สามารถใช้การเติม Filler ปากช่วยได้ ทำให้ปากเป็นทรง เต่งตึง อวบอิ่มขึ้น โดยฉีดปาก 1 CC ก็เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนครับ

ส่วนเทรนด์ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอ ที่กำลังได้รับความนิยม อาจต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากขึ้น เป็น 2 CC เพื่อให้ริมฝีปากอวบอิ่มมาก ๆ ทำให้การฉีดปากสายฝอราคาอาจสูงขึ้นครับ ซึ่งหมอจะประเมินตามความเหมาะสม
สำหรับใครที่สนใจการฉีดฟิลเลอร์ปาก และต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ปากราคาเท่าไร ? ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม ? หรือ ควรฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี? เพื่อให้ริมฝีปากที่สวยงาม ไม่เกิดผลข้างเคียง เป็นก้อน แนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ และเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรงครับ
5. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ หรือการเติมฟิลเลอร์ขมับ คือจุดสำคัญในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเข้ารูปมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ปัญหาหลัก ๆ ที่สามารถแก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ได้แก่ ปัญหาขมับตอบ ขมับลึก ขมับเป็นแอ่ง ทำใบหน้าดูโทรม แต่ที่ได้รับความที่นิยมคือการเติมขมับเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ไม่ว่าด้านการค้าขายหรือธุรกิจ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้รับทรัพย์มากขึ้น มีคนช่วยอุปถัมภ์
6. ฟิลเลอร์หน้าผาก การเติมฟิลเลอร์หน้าผาก ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวย เป็นที่นิยมในคนที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้ง ต้องการให้หน้าผากโหนกนูน มนเนียนสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เห็นผลทันทีหลังทำ
7. ฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับคนที่กลัวการผ่าตัดมาก ๆ และไม่ได้วางแผนจะทำการผ่าตัดเสริมซิลิโคนในอนาคต ไม่มีเวลาพักฟื้น และต้องมีฐานจมูกอยู่บ้างแล้ว ต้องการฉีดเพื่อให้สันจมูกหรือปลายจมูกคมขึ้นเพียงเล็กน้อย จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติครับ

ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละจุดใช้กี่ CC ?
ก่อนจะอธิบายเกี่ยวการปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละจุด ใช้กี่ CC หลายคนอาจเคยได้ยินหน่วยฟิลเลอร์เป็น ml แล้วสงสัยว่าแตกต่างกับ CC หรือไม่? จริงๆ แล้ว ฟิลเลอร์ 1 CC = 1 ml ครับ มีความหมายเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะนิยมใช้ CC มากกว่า
สำหรับปริมาณที่ใช้ในแต่ละจุด หมอจะดูจากความลึกของผิว และความต้องการของคนไข้ครับ หากปัญหาเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเนื่องจากอายุ ก็จะใช้จำนวน CC มากขึ้นตามความเหมาะสม คนไข้ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียว สามารถทยอยฉีดได้เรื่อย ๆ ได้ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและพึงพอใจ ซึ่งในแต่ละเคสอาจใช้ปริมาณที่ต่างกัน เฉลี่ยแต่ละจุดอยู่ที่
- ฟิลเลอร์ขมับ 2- 4 CC
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC
- ฟิลเลอร์คาง 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1-3 CC
- ฟิลเลอร์ใต้ตา 2-4 CC
- ฟิลเลอร์หน้าผาก 3-5 CC
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม ?
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บเล็กน้อยครับ เป็นความเจ็บจากการลงเข็มฉีด แต่ในขณะทำจะมีการประคบน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บจากเข็มลงได้ และในเนื้อบางรุ่นก็จะมียาชา (Lidocaine) ผสมอยู่แล้วครับ ช่วยให้ขณะฉีดมีความรู้สึกเจ็บน้อยลงมาก จนแทบไม่รู้สึกเลย คนไข้ที่กลัวเจ็บสบายใจได้ครับ นอกจากนี้แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง ก็จะช่วยลดความเจ็บให้น้อยและเกิดการบวมช้ำน้อยที่สุดครับ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
- ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม กับผู้ที่ไม่ใช่หมอ (หมอเถื่อน หมอกระเป๋า)
- ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ
อันตรายจากฉีดฟิลเลอร์ปลอมที่ควรรู้
ขึ้นชื่อว่าของปลอม ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านอย. แน่นอนว่ามีความเสี่ยงครับ ยิ่งเป็นของปลอมที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายอย่างฟิลเลอร์ถือว่ามีอันตรายมากครับ เพราะหลังฉีดไปแล้ว ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง จึงทำให้เกิดการย้อย ไหล หรือเป็นก้อนแข็ง อาจมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ อักเสบติดเชื้อ บวมแดง ทำให้ผิวขรุขระ
ลักษณะเนื้อเน่า จากฟิลเลอร์ปลอม
ในรายที่ปล่อยไว้นานจนเกิดอาการรุนแรงอาจทำให้เนื้อตายหรือตาบอดได้ วิธีแก้ไขไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้เหมือนฟิลเลอร์แท้ จึงจำเป็นต้องผ่าตัด หรือขูดออกเท่านั้น ที่น่ากังวลคือ อาจผ่าตัดออกได้ไม่หมด เป็นปัญหาเรื้อรัง หรือตัวฟิลเลอร์ปลอมไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนอื่น ทำให้ใบหน้าผิดรูปเสียโฉมได้ครับ
ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์แท้โดยสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติจะเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์ โดยหลังจากที่ฟิลเลอร์สลายไปหมดแล้ว หากต้องการฉีดเพิ่ม ก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยี่ห้อเดิม สามารถให้แพทย์แนะนำได้ครับ
ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
[แนะนำ] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี | V Square Clinic
ฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ก็จะมีรุ่นย่อย ๆ ลงไปอีก เหตุผลที่มีหลายรุ่น เนื่องจากผิวในแต่ละจุดก็ต้องการใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในที่นี้หมอแนะนำเฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับและนิยมนำมาใช้ หลัก ๆ จาก 4 ประเทศ คือ อเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
- ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา) เป็นฟิลเลอร์คุณภาพสูง ที่มีการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิต 2 เทคโนโลยี คือ Hylacross และ Vycross Technology โดดเด่นในเรื่องของการฉีดผิวยกกระชับ เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับ ช่วยให้หลังฉีด มีความเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน และดูเป็นธรรมชาติ ประกอบไปด้วย
- Juvederm รุ่น Ultra Plus อยู่ได้ 12 เดือน
- Juvederm รุ่น Voluma อยู่ได้ 18 เดือน
- Juvederm รุ่น Volift อยู่ได้ 12 เดือน
- Juvederm รุ่น Volite อยู่ได้ 8-12 เดือน
- Juvederm รุ่น Volbella อยู่ได้ 12 เดือน
- Juvederm รุ่น Volux อยู่ได้ 18-24 เดือน
- ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน) เป็นฟิลเลอร์ที่เริ่มผลิตมายาวนานที่สุด โดยบริษัท Galderma ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตของฟิลเลอร์ Restylane ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีอยู่ 2 เทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ NASHA techology และ OBT technology ช่วยเรื่องความคงตัว ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น หมอจะประเมินว่าจุดที่ฉีดควรใช้รุ่นไหนตัวอย่างเช่น
- Restylane รุ่น Defyne อยู่ได้ 18 เดือน
- Restylane รุ่น Vital Light อยู่ได้ 6-12 เดือน
- Restylane รุ่น Perlane Lyft อยู่ได้ 12 เดือน
- Restylane รุ่น Volyme อยู่ได้ 18 เดือน
- Restylane รุ่น Vital อยู่ได้ 12 เดือน
- Restylane รุ่น Classic อยู่ได้ 12 เดือน
- Restylane รุ่น Refyne อยู่ได้ 12 เดือน
- Restylane รุ่น Kysse อยู่ได้ 12 เดือน
- ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดยบริษัท เมิร์ซ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านการรับรองจากอย. สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย ผลิตด้วยเทคโนโลยี CPM Technology เทคโนโลยีเฉพาะที่ทำให้ฟิลเลอร์ Belotero ขึ้นชื่อในเรื่องความยืดหยุ่นของเนื้อเจล การเกาะกันเป็นเนื้อเดียว ไม่ไหลไม่เป็นก้อน และการปั้นทรงสวย มีรุ่นที่ได้รับความนิยมดังนี้
- Belotero รุ่น Intense อยู่ได้ 18 เดือน
- Belotero Volume อยู่ได้ 18 เดือน
- Belotero Soft อยู่ได้ 6-12 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน อาการข้างเคียงที่ควรรู้
หลังฉีดฟิลเลอร์ อาจมีรอยแดงจากเข็ม ซึ่งหายไปเองได้ใน 2-3 วัน และจะอาการบวมหลังฉีด เป็นปกติครับ สามารถหายบวมไปเองได้ ประมาณ 7-14 วัน ฟิลเลอร์จะเข้าที่ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?
การฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้และตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับที่ V square Clinic ฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งจะมีราคาที่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 11,000- 14,000 บาท ต่อ 1 CC
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเริ่มต้น 13,000.-
- ฟิลเลอร์คาง ราคาเริ่มต้น 11,000.-
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาเริ่มต้น 11,000.-
- ฟิลเลอร์ปาก ราคาเริ่มต้น 13,000.-
- ฟิลเลอร์ขมับ ราคาเริ่มต้น 11,000.-
- ฟิลเลอร์หน้าผาก ราคาเริ่มต้น 14,000.-
- ฟิลเลอร์จมูก ราคาเริ่มต้น 14,000.-
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
หัวใจสำคัญของการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ คือต้องมั่นใจว่าเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ มีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านอย. เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อเลือกได้แล้ว ก่อนวันนัดหมายควรเตรียมความพร้อมร่างกายดังนี้
- มียาและวิตามินบางชนิดที่ควรงดก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
- งดยาทาผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging ทุกชนิด 3 วันก่อนทำหัตถการ
- งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ 3 วันก่อนทำหัตถการ
- งดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
- งดดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายชนิด Cardio
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาและกดนวดในจุดที่ฉีด อาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน
- หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที นอกจากนี้ยังมียาแก้ปวด ลดบวมกลับไปให้ทานด้วยครับ
- ควรอยู่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันอย่างน้อย 1.5-2 ลิตร เพราะน้ำ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน
- งดออกกำลังกายหนักใน 48 ชม. แรก
- งดการทำทรีตเมนต์ เลเซอร์ร้อน ที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
ปัจจุบันมีคลินิกที่รับฉีดฟิลเลอร์จำนวนมาก จึงควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ มาตรฐานปลอดภัยและคุ้มค่า ดังนั้นถ้ายังไม่รู้ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี แนะนำให้พิจารณาตามนี้ครับ
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ภายในคลินิกต้องสะอาดปลอดเชื้อ กว้างขวาง มีพื้นที่รับรอง
- แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า สั่งสมเทคนิคกว่า 15 ปี สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นแพทย์จริงที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาได้ ที่นี่
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ แบรนด์ระดับโลก ผ่านการรับรองจากอย. สามารถตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้
- มีรีวิวฉีดฟิลเลอร์ที่น่าเชื่อถือจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง เป็นรีวิวที่อัปเดตเป็นปัจจุบันทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
- ให้คำปรึกษาฟรี หรือคนไข้สามารถส่งรูปหน้าให้แพทย์ประเมินปัญหาก่อนได้ในเบื้องต้น ก่อนนัดหมายคิวหรือ Walk-in เข้าไปที่สาขา
สรุป
การฉีดฟิลเลอร์ ถือเป็นตัวช่วยที่ดี ในการปรับรูปหน้าและคืนความอ่อนเยาว์ แบบเร่งด่วน หากใครต้องการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เห็นผลจริง และมีความปลอดภัย ก็จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีครับ โดยควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้นครับ ที่ V Square Clinic มีฟิลเลอร์คุณภาพสูงหลายหลายรุ่นให้เลือก คนไข้สามารถเข้ามาปรึกษาได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากไม่สะดวก สามารถส่งรูปภาพใบหน้าเข้ามาปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line @VsquareClinic ได้เช่นกันครับ