ฉีดโบท็อก
จากผลลัพธ์ที่ชัดเจนจนเป็นที่ยอมรับ ทำให้การฉีดโบลดริ้วรอยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ใช้เป็นตัวช่วยคืนความอ่อนเยาว์และปรับรูปหน้า ที่สำคัญคือเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น และราคาไม่แพง แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับฉีดกับใคร ที่ไหนครับ ไม่ใช่ว่าจะฉีดกับใครก็ได้
ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจฉีด botox ลดริ้วรอย รวมถึงจุดอื่นอย่าง ฉีดโบลดกราม โบท็อกลิฟกรอบหน้า ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ฉีดจุดไหนได้บ้าง? หลังฉีดโบท็อกเห็นผลตอนไหน? ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดี ในบทความนี้หมอมีข้อมูลการฉีดโบท็อกซ์ มาแนะนำครับ เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจครับ
สารบัญ ฉีดโบท็อก
1.โบท็อกคืออะไร ?
2.โบท็อกฉีดจุดไหน ช่วยอะไรได้บ้าง ?
3.ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ใช้เวลานานหรือไม่
4.ฉีดโบท็อกซ์ อันตรายไหม ?
5.อันตรายจากโบท็อกปลอม
6.อาการดื้อโบท็อกคืออะไร รักษาได้หรือไม่ ?
7.ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดี ?
8.โบท็อกอเมริกาอยู่ได้ 1 ปีจริงไหม ?
9.โบท็อกต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?
10.ฉีดโบท็อกไม่เห็นผล เกิดจากอะไร ?
11.ฉีดโบท็อก 100 ยูนิต ราคาเท่าไร ?
12.ข้อปฎิบัตตัวก่อน-หลังฉีดโบท็อก
13.ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ?
โบท็อกคืออะไร ?
โบท็อก คือ ชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ( Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โบท็อกถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราว ทำให้ผิวตึงและไม่เกิดการพับ ย่น เวลาที่เราแสดงสีหน้าต่าง ๆ จึงช่วยลดริ้วรอยได้ครับ

นอกจากลดริ้วรอยแล้ว การฉีดโบท็อกยังช่วยกระชับกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับ หรือถ้าฉีดบริเวณกรามก็จะทำให้กล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กลง ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้นได้ครับ
โบท็อกฉีดจุดไหน ช่วยอะไรได้บ้าง ?
การฉีดโบท็อกสามารถนำมาฉีดในกล้ามเนื้อได้หลายจุด แต่บริเวณที่คนนิยมฉีด Botox คือใบหน้าครับ ทั้งการลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า เพราะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สำหรับคนที่สงสัยว่าโบท็อกซ์ฉีดตรงไหนได้บ้าง หมอรวบรวมจุดต่าง ๆ ไว้ดังนี้ครับ

- โบท็อกลดริ้วรอยรอบใต้ตา : ริ้วรอยบริเวณใต้ตาเป็นส่วนที่เกิดขึ้นได้ง่าย เมื่อมีแล้วจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ไม่สดใส การฉีดโบท็อก ลดริ้วรอยรอบดวงตา รอยตีนกา และริ้วรอยหางตา จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยจึงจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะหากฉีดโบท็อกลดริ้วรอยรอบดวงตามากเกินไป อาจทำให้ตาแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ แนะนำให้เลือกฉีดกับหมอที่มีประสบการณ์สูง ๆ เท่านั้นครับ

- โบท็อกลดริ้วรอยร่องแก้ม : บริเวณร่องแก้มสามารถเกิดริ้วรอยย่น ๆได้ เกิดจากความหย่อนคล้อยและสุขภาพผิว โดยเฉพาะคนผิวแห้งจะเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น การฉีดโบท็อกจะช่วยลดเลือนริ้วรอยให้จางลงได้ แก้มทั้งสองข้างก็จะดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น แต่ในกรณีที่คนไข้มีร่องแก้มลึกมาก ๆ ต้องเปลี่ยนมาใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้มแทนครับหรือทำควบคู่กันผลลัพธ์ที่ได้ถึงจะชัดเจน
- โบท็อกลดริ้วรอยหน้าผาก : ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก เกิดจากการแสดงอารมณ์ สีหน้า โดยเริ่มเป็นจากริ้วรอยเล็ก ๆ แต่หากปล่อยไว้ ริ้วรอยบริเวณนี้จะเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ การฉีดโบท็อกหน้าผากสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ยังช่วยให้หน้าผากเนียนใสขึ้น
- โบท็อกลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว : ริ้วรอยระหว่างคิ้ว เป็นบริเวณที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายเช่นกัน และยังเป็นจุดแรกที่คนจะสังเกตเห็นได้ง่าย ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่ ไม่สดใส การแก้ไขด้วยการฉีดโบท็อกริ้วรอยระหว่างคิ้ว สามารถช่วยยับยั้งการหดตัวและทำให้ผิวหนังส่วนบนเรียบขึ้นได้ครับ
ทั้งนี้ตำแหน่งระหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทจำนวนมาก ถือเป็นจุดที่ยากและต้องใช้ความชำนาญ จึงควรฉีดโบท็อกกับหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- โบท็อกปีกจมูก : ปัญหาปีกจมูกบาน ปีกจมูกใหญ่ จะส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่ได้สัดส่วน สามารถแก้ไขโดยฉีดโบท็อกเข้าไปตรงบริเวณปีกจมูกทั้งสองข้าง ซึ่งในบริเวณนี้จะมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายปีกจมูกให้กว้างขึ้นหรือบานขึ้น ได้แก่ ไดเลเตอร์ นาริส (Dilator naris) หรือ อะลาร์ นาซาลิส (Alar nasalis) สามารถฉีดโบท็อกปีกจมูก เพื่อคลายกล้ามเนื้อมัดนี้ จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวและดึงปีกจมูกขึ้นได้ เมื่อเราพูดหรือหายใจแรง ๆ ปีกจมูกจะไม่กางออก และยังช่วยให้รูจมูกดูแคบมากขึ้น
นอกจากมีการฉีดโบท็อกซ์ ลดปีกจมูก ยังสามารถฉีดโบท็อกรัดแกนจมูก เพื่อให้สันจมูกคมชัดขึ้น รวมถึงลดริ้วรอยบริเวณสันจมูกส่วนบน เวลายิ้ม จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ครับ
- โบท็อกหน้าเรียว ลิฟกรอบหน้า : เป็นการฉีดโบท็อกเพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนคอ โดยฉีดบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง จะได้ดึงแก้มให้น้อยลงและลิฟหน้าให้ดูชัด คมขึ้น โดยสามารถเห็นผลได้หลังฉีดชัดเจนประมาณ 2 สัปดาห์ มีด้วยกัน 2 เทคนิค คือ
- Dermolift เป็นการฉีดบริเวณแนวกรอบหน้าขึ้นไปด้านบนให้ผิวกระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลเร่งด่วน แต่ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะเพิ่มโอกาสในการดื้อโบท็อกครับ
- Nefertiti lift เป็นการฉีดโบท็อกไปที่กล้ามเนื้อ Platysma บริเวณลำคอซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย หลังฉีดโบท็อกจะทำให้ส่วนกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวขึ้น มีแรงมากกว่าและทำให้หน้ายกกระชับขึ้นได้ครับ
นอกจากบริเวณใบหน้าแล้วโบท็อกยังสามารถฉีดจุดอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น ฉีดโบท็อกลดน่อง ลดต้นแขน ให้เล็กเรียว เนื่องจากกล้ามเนื้อใหญ่และแข็งแรงมาก ๆ หลังฉีดจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำงานได้ลดลงชั่วคราว บริเวณน่องและต้นแขนที่ใหญ่จึงมีขนาดเล็กลง และดูเรียวขึ้นได้ครับ คล้ายกับการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามให้หน้าเรียวครับ อีกทั้งโบท็อกยังสามารถฉีดโบท็อกลดกลิ่น ลดเหงื่อ รักษาอาการออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ใช้เวลานานหรือไม่?
หลังฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและยี่ห้อโบท็อกครับ ตัวอย่างเช่น โบท็อกลดริ้วรอย กับโบลดกราม จะใช้เวลาเห็นผลไม่เท่ากัน
- หลังฉีด Botox ริ้วรอย หางตา หน้าผาก ขมวดคิ้ว และลิฟท์กรอบหน้า ประมาณ 3-4 วัน จะพบว่าบริเวณที่ฉีดเริ่มตึงขึ้น โบท็อกแท้จะตึงเต็มที่เห็นผลใน 1-2 อาทิตย์ครับ
- หลังฉีด Botox กราม กี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับขนาดกรามด้วย ซึ่งใช้เวลานานกว่าฉีดริ้วรอย โดยเฉลี่ย 1 อาทิตย์ จะเริ่มกัดฟันแล้วพบว่ามีกรามเด้งออกมาเพียงเล็กน้อย พอ 2 อาทิตย์ จะพบว่ากัดฟันแล้วไม่เด้งเลย โดยจะเห็นผลว่ากรามยุบเต็มที่ใช้เวลา 2-3 เดือนครับ
ฉีดโบท็อก อันตรายไหม ?
โบท็อกหากฉีดอย่างถูกวิธีจะไม่อันตรายครับ ความอันตรายหรือปัญหาหลังฉีดโบท็อก เช่น ฉีดแล้วหน้าแข็ง ยิ้มไม่ได้ ไม่เป็นธรรมชาติ เกิดจากประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์แต่ละคน ถ้าฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้โบท็อกแท้ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐานก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือผลข้างเคียงที่อันตรายครับ
อันตรายจากโบท็อกปลอม
แต่หากฉีดโบท็อกปลอม โบท็อกที่ไม่มีคุณภาพ แน่นอนว่ามีความเสี่ยงครับ หากพลาดฉีดโบท็อกราคาถูกที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือโบท็อกหิ้วจากต่างประเทศที่ไม่ผ่านการควบคุมอุณหภูมิมาตรฐานรักษาคุณภาพตัวยา จะทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพครับ (ต้องเก็บที่อุณหภมิ 2-8 °C ตลอดเวลา แต่ในกระบวนการหิ้วโบท็อกหนีภาษีจากต่างประเทศ ไม่สามารถแช่เย็นตลอดเวลาได้ ต้องขนส่งหลายต่อ จากบริษัท-พ่อค้า-คนไข้-หมอที่รับฉีด โบท็อกจึงเสื่อมคุณภาพ) หากฉีดอาจจะไม่เห็นผล มีโอเสี่ยงต่ออาการดื้อโบท็อกมากขึ้น หรืออย่างร้ายคือทำให้หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวหรือหนังตาตกครับ
![]() | ![]() |
อาการดื้อโบท็อกคืออะไร รักษาได้หรือไม่?
อาการดื้อโบท็อก คือภาวะที่เมื่อฉีดโบท็อกเข้าไปแล้วไม่เห็นผล หรือผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวังครับ ด้วยคุณสมบัติของโบท็อก ที่ใช้เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า รวมถึงเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อกราม แต่เมื่อฉีดโบท็อกเข้าไปแล้วร่างกายกลับเกิดภาวะดื้อโบท็อก จึงไม่ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ริ้วรอยไม่หายไป การทำงานของกล้ามเนื้อยังคงเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดของคนไข้ที่มีภาวะดื้อโบท็อก คือไม่เห็นผล เสียเงินฟรีครับ ในส่วนของการรักษา ปัจจุบันยังไม่วิธีการรักษาครับ แม้จะกลับมาใช้โบท็อกแท้ หรือเปลี่ยนยี่ห้อ เพราะพอดื้อตัวหนึ่งแล้วก็ดื้อทุกยี่ห้อ อาจต้องเว้นระยะเวลาหลายปีจึงกลับมาฉีดได้ใหม่ หรือในบางเคสก็ดื้อโบท็อกไปตลอดชีวิตครับ
ฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี ?
โบท็อกซ์มีหลายยี่ห้อจากหลายประเทศครับ ยี่ห้อของโบท็อกซ์หลัก ๆ ได้แก่

โบท็อกเกาหลี
- Nabota
- Aestox
โบท็อกอเมริกา
- Allergan
โบท็อกอังกฤษ
- Dysport
โบท็อกเยอรมัน
- Xeomin
ซึ่งโบท็อกของแต่ละยี่ห้อแต่ละประเทศ จะมีราคาและระยะเวลาอยู่ได้นานแตกต่างกันเล็กน้อยครับ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และกรรมวิธีการทำตัวยาให้บริสุทธิ์ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=LXdJrEHN-00&feature=emb_title
โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา/เกาหลี/อังกฤษ/เยอรมัน ต่างกันอย่างไร?
ถ้าถามว่า โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด ? โบท็อกแต่ละยี่ห้อ มีข้อดีและจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการแก้ปัญหาจุดใด แพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยวางแผนการรักษา ประเมินปริมาณตัวยา และงบประมาณให้ได้ครับ
โบท็อกอเมริกาอยู่ได้ 1 ปี จริงไหม?
เรื่องโบท็อกอเมริกาที่หลายคนสงสัย โบท็อกอเมริกาอยู่ได้ 1 ปี จริงไหม อันนี้ไม่จริงครับ เพราะว่าตามเอกสารอ้างอิงจริง ๆ โบท็อกของอเมริกาอยู่ได้ 3-4 เดือน แต่ว่าการที่เราทำให้ผิวไม่พับในระยะหนึ่ง ชั้นผิวจะหนาขึ้น บางเคสก็อาจจะอยู่ได้ 5-6 เดือน แต่ไม่ถึงปีครับ หลังฉีดกล้ามเนื้อจะคลายตั้งแต่ 3-4 เดือน แต่ที่ริ้วรอยยังไม่ค่อยกลับมา เป็นเพราะว่าชั้นผิวของเราเมื่อไม่เกิดการพับนาน ๆ จะพับยากขึ้นครับ
โบท็อกต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?
สามารถกลับมาฉีดโบท็อกเพื่อคงผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่ฉีดโบท็อกกราม และมีงบจำกัด ฉีดปีละครั้งได้ครับ เพราะเมื่อโบท็อกลดกรามหมดฤทธิ์ 6 เดือน กรามจะยังไม่ได้กลับมาใหญ่เท่าเดิม ต้องใช้เวลาในการที่เราเคี้ยวไปเรื่อย ๆ พอกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน เวลาเราเคี้ยวมันก็กลับมาโตขึ้น เหมือนเวลาเรายกเวทก็จะใช้เวลาประมาณปีนึงถึงจะคืนสภาพเดิม
ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร?
การฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดได้จาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ คือ
- โบท็อกเจือจางมากเกินไป จากการผสมน้ำเกลือเกินพอดี ทำให้ตัวยาถูกเจือจาง ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือยาจะกระจายไปจุดข้างเคียง อาจทำให้ตาตก ปากเบี้ยวได้
- ฉีดโบท็อก 100 ยูนิต จะใช้น้ำเกลือ 2.6 cc
- ฉีดโบท็อก 50 ยูนิต ใช้น้ำเกลือ 1.3 cc
- หมอที่ฉีดโบท็อกไม่ชำนาญพอ ฉีดไม่ถูกตำแหน่งของกล้ามเนื้อ ทำให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ รู้โครงสร้างกายวิภาค รู้ตำแหน่งกล้ามเนื้อเป็นอย่างดี
- คนไข้มีอาการดื้อโบท็อก จากสาเหตุที่หมออธิบายไว้ข้างต้น
ฉีดโบท็อก 100 ยูนิต ราคาเท่าไร ?
การฉีดโบท็อกแต่ละจุด แต่ละตำแหน่งแตกต่างกันครับ ทั้งราคาและปริมาณที่ใช้ โดยโบท็อก 100 ยูนิต เป็นปริมาณที่คนส่วนใหญ่ และคลินิกโดยทั่วไปใช้ สามารถใช้ฉีดกราม หรือลดริ้วรอยทั่วหน้าได้ครับ แต่ถ้าจุดใหญ่ ๆ เช่น น่อง กล้ามแขน ก็จะใช้ปริมาณมากขึ้น และราคาที่สูงขึ้น
คนไข้แต่ละคนจะใช้โบท็อกมากน้อยขึ้นอยู่กับปัญหา จุดที่ฉีด และความต้องการครับ บางคนอยากลดริ้วรอยให้หน้าตึงมาก ๆ บางคนอยากให้พอขยับหน้าได้นิดหน่อย ซึ่งแพทย์จะประเมินปริมาณตัวยาที่เหมาะสมให้ ที่ V Square Clinic ราคาฉีดโบท็อกแต่ละจุดมีดังนี้
- โบท็อกลดกราม + หน้าเรียว 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6,999.-
- โบท็อกลดริ้วรอย + หน้าเรียว (ทั่วหน้า) 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9,000.-
- โบท็อกเฉพาะจุด ลดเหงื่อ / รักแร้ 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9,000.-
ข้อปฏิบัติตัวก่อน-หลังฉีดโบท็อก
สำหรับใครที่กำลังจะฉีดโบท็อกควรศึกษาข้อปฏิบัติตัว ก่อน-หลังฉีดให้ดีก่อนครับ เพื่อที่จะให้ผลลัพธ์ของการฉีดออกมาดีและคุ้มค่าที่สุด
ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมตัวอย่างไร ?
1.เลือกใช้โบท็อกแท้เท่านั้น
2.ก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป
3.ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอที่มีประสบการณ์
4.ไม่ควรฉีดโบท็อกเกิน 300 ยูนิต ต่อครั้ง
5.ระหว่างการฉีดควรประคบด้วยความเย็น เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบ ๆ
หลังฉีดโบท็อกควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?
1.หลังฉีดโบท็อกควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง
2.งดนอนราบ 3 ชม.
3.หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
4.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรืออาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ
5.หากมีคอร์สทำหน้า นวดหน้า ควรงด 2 สัปดาห์หลังทำ
ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ?
เนื่องจากโบท็อกเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมาก จึงมีหลายคลินิกที่เปิดให้บริการฉีดโบท็อก รวมถึงมีการแอบใช้โบท็อกปลอม และฉีดโดยหมอปลอม เพื่อความปลอดภัย หมอจึงอยากแนะนำปัจจัยต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกที่ไหนครับ
- ควรเลือกฉีดโบท็อกกับคลินิกต้องที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตประกอบการ มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักติดไว้อย่างชัดเจน
- เลือกฉีดกับหมอที่มีประสบการณ์ เพราะหมอที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินใบหน้า และวิเคราะห์โครงหน้าของคนไข้ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังเลือกยี่ห้อโบท็อก จำนวนโบท็อกที่ใช้ และมีเทคนิคการฉีดโบท็อกได้อย่างถูกต้อง
- ฉีดโบท็อกแท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แนะนำให้เลือกคลินิกที่ยินยอมให้ตรวจเช็ค ซึ่งทาง V Square Clinic จะแกะกล่อง ผสมตัวให้ดูต่อหน้า รวมถึงให้กล่องกลับบ้าน เพื่อนำไปตรวจเช็กกับทางบริษัทนำเข้ายาได้ครับ
- มีรีวิวที่น่าเชื่อถือ เห็นผลจริงและสามารถตรวจสอบได้ มี Feedback ที่ดี จากคนไข้ที่เคยใช้บริการครับ
สรุป
ใครที่สนใจการฉีดโบท็อก เพื่อความคุ้มค่า ปลอดภัย ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ควรเริ่มจากเลือกใช้บริการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์อยู่ประจำ ยิ่งหมอมีประสบการณ์ มีริวคนไข้ที่เคยเข้ารับการดูแล ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ครับ สำหรับที่ V Square Clinic จะมีทีมแพทย์มากประสบการณ์ประจำที่คลินิกทุกสขา มีการตรวจประเมินใบหน้า และให้คำปรึกษาคนไข้ก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อก คำนวณปริมาณโบท็อกที่จะใช้ฉีด รวมถึงแจ้งราคาให้คนไข้ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

