เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจเชื่อมต่อกันได้ไร้พรมเเดน มาพร้อมกับการเเข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ การค้าขายยุคใหม่จึงไม่ได้จำกัดเเค่ตลาดในประเทศอีกต่อไป เเต่ต้องออกเเสวงหาโอกาสใหม่เพื่อขยายธุรกิจไปทั่วโลก
.
การมีความรู้ความเข้าใจด้านการค้าระหว่างประเทศ เเละมี ‘ที่ปรึกษา’ ที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยสร้างธุรกิจและขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ เเต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่มีเงินทุนน้อย โดยปัจจุบัน SME ไทยสามารถออกสู่ตลาดต่างประเทศได้เพียง 30,000 รายเท่านั้น
.
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เล็งเห็นว่า ผู้ประกอบการ SME ควรได้รับการพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มสูงขึ้นเพื่อสามารถสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาด จึงวางเป้าหมายออกโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนใน 3 ประเด็นหลักๆ คือ

🎯ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงเข้าถึงตลาดของภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเอกชนได้
🎯ผลักดัน SME ไทย โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน การช่วยเหลือ หรือการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบต่างๆ
🎯เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ประกอบการ และลดต้นทุนในการดำเนินการ ผ่านโครงการต่างๆ
.
ล่าสุดกับมาตรการสุดคุ้มอย่าง “SME ปัง ตังได้คืน” ที่ทาง สสว.ทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ แบบร่วมจ่าย หรือ co-payment ในสัดส่วนถึงร้อยละ 50–80 สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ
.
โดยเปิดให้ SME สามารถเลือกใช้บริการพัฒนาธุรกิจต่างๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS (https://bds.sme.go.th/) ที่ สมัครง่าย อนุมัติไว ตังได้คืน

เบื้องต้น สสว. พิจารณาผู้ประกอบการ 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
1) กลุ่มท่องเที่ยว (Restart) เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร บริการเพื่อสุขภาพ นำเที่ยวหรือจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อพลิกธุรกิจขานรับนโยบายเปิดประเทศ
2) กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม (Food) รวมไปถึงการผลิตยาและสมุนไพร
3)กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการบิน อากาศยานและเครื่องมือแพทย์
4)กลุ่ม BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว กลุ่มเกษตรแปรรูป และการค้าและบริการอื่น ๆ
.
ในปี 2565 หมวดค่าใช้จ่ายที่จะได้รับเงินสนับสนุน จะอยู่ในส่วนการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองมาตรฐาน การต่ออายุมาตรฐานต่าง ๆ อย่าง อย. / ISO / GMP / Q Mark ฯลฯ เเละหมวดการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาตลาดต่างประเทศ เช่น
.
🎯ค่าคูหา (พื้นที่ พร้อมคูหา รวมค่าป้ายหรืออุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ของคูหาค่าธรรมเนียมต่าง ๆ) ในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

🎯ค่าเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าหรือจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร ฯลฯ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

🎯ค่าเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการค้าด้วยระบบออนไลน์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศผ่านเเพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยม เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร ฯลฯ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

🎯ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาแนะนำ หรือค่าใช้จ่ายในการจัดทำแผน หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อการจัดทำกลยุทธ์ในการขยายสินค้า และ/หรือบริการจากภูมิภาคหรือประเทศหนึ่งไปยังภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ หรือสร้างการรับรู้แบรนด์ในประเทศหรือภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนหรือคู่ค้าในต่างประเทศเพิ่มเติม

🎯การส่งเสริมหรือผลักดันเข้าสู่การเป็นเครือข่ายสินค้า และ/หรือบริการ กับธุรกิจในต่างประเทศ ฯลฯ
.
.
สำหรับ SME ไทยที่สนใจรับบริการพัฒนาธุรกิจต่างๆ เเละต้องการ Upskill ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก สามารถศึกษารายละเอียดเเละสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ได้ที่ https://bds.sme.go.th/Sme พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1301 , 0-2038-5858 หรือศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือ OSS สสว.ในทุกจังหวัด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.
.
#สสว #สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
#BDS #SMEปังตังได้คืน #SME #สมัครง่ายอนุมัติไวตังได้คืน
#พัฒนาธุรกิจ #ส่งออกต่างประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน