เนื่องจากปัญหาวิกฤตไวรัสโคโรน่า 2019 ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง นิสิต นักศึกษาที่ต้องการสร้างธุรกิจด้วยตัวเองในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ควรปรับตัวและมีมุมมองแปลกใหม่
โดยในเบื้องต้นอาจต่อยอดจากธุรกิจในครอบครัวที่เคยมีอยู่แล้หรือการแตกไลน์สินค้าบริการ หาช่องว่างที่ยังไม่เคยทำและหากลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีความน่าสนใจผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ และใช้เครื่องมือในส่วนที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ที่สามารถเช็คเทรนด์โลกออนไลน์ดูความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน
ดร.สุทธิภัทร อัศววิชัยโรจน์ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวว่า “ทักษะที่วัยรุ่นยุคใหม่ก้าวเข้าสู่การสร้างกิจการของตนเองควรมี ควรเป็นทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการต่อยอดจากของที่มีอยู่เดิม เช่น สร้างธุรกิจที่มีจากธุรกิจเดิมของครอบครัวหรือจากพ่อแม่ แต่เปลี่ยนการตลาดออกมาเป็นแนวทางของตัวเอง สร้างเป็นแบรนด์ย่อยและใช้ทัศนวิสัยของวัยรุ่นยุคใหม่ ในการปรับตัวและสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา
เช่น ปรับสินค้าให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากสมัยอดีต ให้มีความสนใจในเอกลักษณ์โดดเด่น ดึงดูดและน่าสนใจ ที่สำคญควรเน้นนวัตกรรมรูปแบบออนไลน์ในการขายสินค้า ใช้เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ที่สามารถเช็คเทรนด์โลกออนไลน์ดูความต้องการของลูกค้า (Social Listening Tool) ต่าง ๆ
เพื่อศึกษาถึงความต้องการและกระแสยุคปัจจุบันว่ามีทิศทางไปในทิศทางไหนและฝึกหัดใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok ที่กำลังเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อยให้มาขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างเสรี นอกจากนี้การหาแหล่งเงินทุนมาลงทุนยุคนี้ สามารถหาแหล่งเงินทุนจากหน่วยงานจากภาครัฐซึ่งมีเปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเริ่มดำเนินธุรกิจ
เนื่องจากสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย เช่น โครงการ TED ที่เปิดโอกาสให้แหล่งเงินทุนกับนักศึกษา ในสถานศึกษาในการสร้างธุรกิจและต่อยอดความคิดในการบริหารธุรกิจ ฯลฯ”

“ธุรกิจหรือบริการที่น่าจับตาเหมาะสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่ปลายปีนี้และปี พ.ศ.2566 ได้แก่ ธุรกิจในกลุ่มสินค้า Holistic Wellbeing เป็นสินค้าที่กำลังมาแรงในปัจจุบันเช่นการดูแลสุขภาพ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการนอนหลับ เช่น mouth spray ที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ
โดยธุรกิจสามารถสร้างเรื่องราวหรือสร้างคอนเทนท์ที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้ จากปกติเป็นสินค้าที่อยู่ตลาดทั่วไป ต้องสามารถทำให้เกิดมาเป็นออนไลน์ได้ เช่น ปัจจุบันมีการใส่เรื่องราวด้วยกันขายไก่ไข่ให้ผู้บริโภคสามารถเลี้ยงโดยผ่านช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางใหม่ , การใช้ลิปสติกที่มีเรื่องราวการเล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์และที่มาของผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ยาดมที่ออกแบบแพ็คเก็จให้มีความแตกต่างทันสมัยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
นอกจากนี้ที่สำคัญหากต้องการขยายสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ ควรมีการศึกษากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการส่งออกไปยังต่างประเทศเพราะความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศมีความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายที่จะขายไปยังต่างประเทศอาจจะเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหาร เครื่องปรุงที่นิยมของคนไทย เช่น กะปิ เครื่องแกง เครื่องปรุงรสอาหาร ฯลฯ ปัจจุบันสามารถวางขายได้ในตลาดต่างประเทศโดยอาศัยช่องทางที่เป็นออนไลน์ เช่น AMAZON หรือ แพลตฟอร์มออนไลน์การขายอื่น” ดร.สุทธิภัทร กล่าวทิ้งท้าย