เมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายไหม ? ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ? กี่ครั้งเห็นผล ?

เมโสหน้าใส
เมโสหน้าใส เป็นทางลัดในการบำรุงผิวหรือการทรีตเมนต์ผิวแบบเร่งด่วน ด้วยการฉีดสารสกัดจากธรรมชาติและวิตามินบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง จึงเห็นผลเร็วกว่าการทาครีมบำรุงผิวโดยทั่วไปที่ต้องใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน แต่การฉีดเมโสหน้าใสเริ่มเห็นผลได้ใน 3 วัน
ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ปลอดภัย และใช้ระยะเวลาไม่นาน ทำให้การฉีดเมโสหน้าใสเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมในคลินิกความงาม สำหรับใครที่ต้องการวิธีการบำรุงผิว ฟื้นฟูผิว แก้ปัญหาผิวที่สะดวก รวดเร็ว เห็นผล หมอรวบรวมข้อมูลเมโสหน้าใส คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? ช่วยอะไรบ้าง ? ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ? การเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดเมโสหน้าใส ติดตามได้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ เมโสหน้าใส
- เมโสหน้าใส คืออะไร ?
- การทำงานของเมโสหน้าใส
- การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?
- เมโสหน้าใส ช่วยอะไรบ้าง ?
- เปรียบเทียบการทำเมโสหน้าใสกับแบบอื่น ๆ
- ฉีดเมโสหน้าใสกี่ครั้งถึงเห็นผล ?
- ต้องฉีดเมโสหน้าใส บ่อยแค่ไหน ?
- ฉีดเมโสหน้าใสเจ็บไหม ?
- เมโสหน้าใสอันตรายไหม ?
- ฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ?
- เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?
- เลือกฉีดเมโสหน้าใสที่ไหนดี ?
- การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสหน้าใส ?
- ขั้นตอนการฉีดเมโสหน้าใส
- หลังฉีดเมโสหน้าใส
- ฉีดเมโสหน้าใสไม่เห็นผลเกิดจากอะไร ?
- ถ้าหยุดฉีดเมโสหน้าใส ผิวหน้าจะกลับมาเหมือนเดิมไหม ?
เมโสหน้าใส คืออะไร ?
เมโสหน้าใส หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าเมโส เป็นชื่อย่อของเมโสเทอราปี (Mesotheraphy) คือ การฉีดสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว วิตามินผิว เข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง เพื่อเข้าไปช่วยบำรุง ฟื้นฟูเซลล์ผิว และแก้ปัญหาผิว เช่น สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง เห็นผลเร็วกว่าการทาครีมที่เป็นการบำรุงอยู่บนผิวชั้นนอกเท่านั้น และมีส่วนผสมบางตัวดูดซึมผ่านผิวหนังได้ยาก ทำให้เห็นผลช้า
การทำงานของการฉีดเมโสหน้าใส
ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างผิวก่อนครับ โครงสร้างผิวของเราประกอบด้วย 3 ชั้นผิว ได้แก่
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวที่อยู่นอกสุด
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) หรือผิวชั้นกลาง เป็นชั้นที่ประกอบด้วยคอลลาเจน อิลาสติน
- ชั้นไขมัน (Subcutis) เป็นชั้นเซลล์ไขมัน

การฉีดเมโสหน้าใส จะฉีดลงในผิวชั้นกลาง ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของคอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูโรนิก แอซิด มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวชั้นนี้จะเสื่อมสภาพลง อีกทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร การพักผ่อน ละเลยการดูแลผิว ก็ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้
การฉีดเมโสหน้าใสซึ่งรวมเอาสารอาหาร วิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อผิว ฉีดเข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง จึงเป็นการบำรุงอย่างตรงจุดถึงชั้นโครงสร้างผิว โดยจะมีสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสมกับสภาพผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวเฉพาะบุคคล ทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์
การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?
- คนที่ต้องการบำรุงผิวแบบเร่งด่วน ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
- คนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
- คนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง
- คนที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว
- คนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ เป็นสิว ผดผื่น ผิวไม่แข็งแรง
เมโสหน้าใส ช่วยอะไรบ้าง ?
- ช่วยให้ผิวขาว ปรับสีผิว ฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย ด้วยการเติมวิตามินผิว เช่น vitamin A B C E, Transamin, Glutathione
- ช่วยให้หน้าใส ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู รูขุมขนกระชับ เรียบเนียน โดยสูตรนี้จะมีส่วนผสมของคอลลาเจนและโคเอนไซม์เป็นหลัก
- ช่วยลดสิว-แก้ผื่น ช่วยขับสารพิษที่ตกค้าง ลดการอักเสบของผิว ลดสิว ผดผื่น โดยเมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้ คือ มาเด้ คอลลาเจน (Made Collagen)
เปรียบเทียบการทำเมโสหน้าใสกับแบบอื่น ๆ
นอกจากการทำเมโสหน้าใส ยังมีวิธีทำให้หน้าใสอีกหลายวิธีครับ แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อควรระวังต่างกัน รวมทั้งวิธีการ ขั้นตอน และระยะเวลาเห็นผลลัพธ์ที่ช้าเร็วต่างกัน เช่น
- ทาครีมไวท์เทนนิ่ง เซรั่มหน้าใส ช่วยบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น ลดสิว ผิวขาว กระจ่างใส ซึ่งมีหลายยี่ห้อ หลายสูตรให้เลือกครับ เหมาะกับคนที่มีเวลาและมีวินัย เพราะต้องใช้อย่างต่อเนื่องครับถึงจะเห็นผลชัดเจน ที่สำคัญต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิว
- เลเซอร์ผิวหน้า หรือเลเซอร์หน้าใส มีหลายแบบ ระดับความเข้มข้นของพลังงานต่างกัน นิยมใช้ลดจุดด่างดำ รอยสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวใส แต่อาจต้องทำหลายครั้งครับกว่าจะเห็นผลชัดเจน มีข้อควรระวังสำหรับคนผิวบางอาจทำให้เกิดรอยบวม แดง
- สครับขัดผิวใส ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป ผิวจึงดูขาวใสขึ้น แต่เนื่องจากสครับมีเม็ดบีดส์ หากขัดถูแรงเกินไป อาจทำร้ายผิว เป็นรอยหรือแผลได้
- วิตามินบำรุงผิว มีทั้งแบบรับประทานและแบบฉีด ที่ได้ยินกันบ่อย ๆ เช่น วิตามิน C, คอลลาเจน, วิตามิน E, Zinc เป็นต้น ส่วนผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูดซึมในและบุคคล ถ้าเปรียบเทียบแล้ว การฉีดเมโสหน้าใส การฉีดวิตามินผิวจะเห็นผลเร็วกว่าครับ

ฉีดเมโสหน้าใสกี่ครั้งถึงเห็นผล ?
- เริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด
- เห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน
- อยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน
ฉีดเมโสหน้าใส เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกครับ โดยจะเริ่มเห็นผลว่าผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น ผิวสุขภาพดีขึ้น ใน 3 วัน เห็นผลเต็มที่ใน 7-14 วัน ระหว่างนี้ควรดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย และไม่ทำพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น ตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่
ต้องฉีดเมโสหน้าใส บ่อยแค่ไหน ?
ในช่วงแรกหมอแนะนำให้ฉีดสัปดาห์ละครั้ง หลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพผิว หากอยากเห็นผลเร็ว เห็นผลชัดเจนมากขึ้น สามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้งได้ครับ เมโสหน้าใส สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ได้คงอยู่ถาวร โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้นาน 1-2 เดือน
ฉีดเมโสหน้าใสเจ็บไหม ?
การฉีดเมโสหน้าใส ไม่เจ็บครับ เข็มที่ใช้เป็นเข็มฉีดยาขนาดเล็ก ประมาณ 27-30 G (ขนาดเล็กกว่าก้านดอกเข็ม) ฉีดลงไปในชั้นผิวลึกเพียง 5-10 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยปกติการฉีดเมโสหน้าใสจะไม่ได้มีการแปะยาชา เนื่องจากฉีดผิวชั้นกลาง ปริมาณตัวยาไม่มากและใช้เวลาไม่นาน ประคบน้ำแข็งก่อนฉีดก็เพียงพอครับ

เมโสหน้าใสอันตรายไหม ?
เมโสหน้าใส ไม่อันตรายครับ เพราะส่วนผสมในตัวยาเป็นสารกัดจากธรรมชาติ เป็นวิตามินบำรุงผิว เช่น vitamin A B C E, Transamin, Glutatione, คอลลาเจนและโคเอนไซม์ แต่ควรเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ ใช้เมโสแท้เท่านั้น
ไม่ควรฉีดเมโสกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะอาจเสี่ยงเจอเมโสปลอมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน หลังฉีดทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่มก็จริงครับ แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ ผิวจะบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดด และเกิดริ้วรอยก่อนวัย เสี่ยงเกิดมะเร็งผิวหนัง
รวมไปถึงการซื้อเมโสที่ขายทางอินเทอร์เน็ต (ยาหิ้ว) มาฉีดเอง หรือใช้บริการฉีดเมโสตามบ้าน เพราะอาจไม่เห็นผลหรือเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เช่น ผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ เนื่องจากขั้นตอนการฉีดไม่มีความสะอาด และผู้ฉีดไม่ใช่แพทย์ครับ
ฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ?
เมโสหลายยี่ห้อครับ เพื่อแก้ปัญหาผิวที่ตรงจุดครับ ก่อนฉีดหมอจะประเมินสภาพผิวและปัญหาผิวของคนไข้ และเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม
- Made Collagen (มาเด้ คอลลาเจน) เน้นลดสิว ลดผื่น ฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำ ขับสารพิษ
- Filorga / Revs เน้นผิวขาวใส ลดฝ้า เติมความชุ่มชื้น บำรุงผิวล้ำลึก
- Neo Glutanex Glow เน้นผิวขาวอมชมพู ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ฝ้า กระ หลุมสิว กระชับรูขุมขน
- Tensonez เน้นผิวขาว ใส ลดฝ้า
- Alpha arbutin เน้นลดฝ้าโดยตรง
เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?
เมโสหน้าใสราคาไม่แพงครับ ขึ้นอยู่กับสูตรเมโสที่ใช้ เมโสหน้าใส ราคาเริ่มต้น 2,500.-/ครั้ง ที่ V Square Clinic มีทั้งราคาแบบเป็นครั้งและแบบเป็นคอร์ส สำหรับคนที่อยากเห็นผลเร็วขึ้น ฉีดต่อเนื่องจะคุ้มค่ากว่าครับ
เลือกฉีดเมโสหน้าใสที่ไหนดี ?
- คลินิกมีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีป้ายชื่อคลินิก และเลขที่ใบอนุญาต จำนวน 11 หลัก ติดไว้หน้าคลินิก แสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในคลินิก
- แพทย์มีประสบการณ์ รู้โครงสร้างใบหน้า โครงสร้างผิว เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ประเมินปัญหาผิวได้แม่นยำและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด
- ใช้เมโสแท้ ตรวจสอบได้ เพื่อความมั่นใจควรให้หมอแกะกล่องเมโสหน้าใสให้ดูต่อหน้าก่อนฉีด
การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสหน้าใส
ฉีดเมโสหน้าใส การเตรียมตัวไม่ยุ่งยากครับ สามารถส่งรูปหน้ามาให้หมอประเมินก่อนได้ในเบื้องต้นทางออนไลน์ มีหลายช่องทางครับทั้ง Facebook, Line@, IG หรือนัดคิวเข้ามาปรึกษาหมอที่สาขา พูดคุยถึงปัญหาผิวที่เป็นกังวลและต้องการแก้ไข เพื่อให้หมอประเมินและเลือกสูตรยาที่เหมาะสม
หากมีประวัติการแพ้ยา มีโรคประจำตัว อาหารเสริมที่รับประทาน ควรแจ้งหมอก่อนครับ
ขั้นตอนการฉีดเมโสหน้าใส
เมื่อมาถึงคลินิก จะมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้า ประคบน้ำแข็งทิ้งไว้ จากนั้นหมอจะฉีดเมโสหน้าใส โดยระหว่างฉีดจะมีการประคบน้ำแข็งควบคู่ไปด้วย ใช้เวลาฉีดไม่นาน ฉีดเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลยครับ

หลังฉีดเมโสหน้าใส
หลังฉีดเมโสหน้าใส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หมอจะแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพิ่มเติม ดังนี้
- ไม่ควรกด นวดผิวบริเวณที่ทำทันที
- งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน
- ในบางเคสอาจมีรอยบวมจากรอยเข็มที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ฉีดเมโสหน้าใสไม่เห็นผลเกิดจากอะไร ?
ฉีดเมโสหน้าไม่เห็นผล เกิดได้ทั้งจากการโมโสปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ไม่รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ที่ V Square Clinic ใช้เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุดทั่วใบหน้า โดยฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง เทคนิคนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังให้ทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อสุขภาพผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรง แลดูสุขภาพดี
นอกจากนี้ยังเกิดได้จากความคาดหวังของคนไข้ เช่น ในเคสที่มีปัญหาผิวมาก ๆ อาจเห็นผลไม่ชัดเจนในการฉีดครั้งแรก หมอจะแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องครับในช่วงแรก เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยากคงสภาพผิวไว้ ถึงค่อยเว้นระยะการฉีดได้ครับ
ถ้าหยุดฉีดเมโสหน้าใส ผิวหน้าจะกลับมาเหมือนเดิมไหม ?
การฉีดเมโสหน้าใสเป็นสารบำรุงและวิตามินบำรุงผิว เมื่อฉีดต่อเนื่องจะรู้สึกได้ว่าผิวสุขภาพดีขึ้น แต่เมื่อหยุดฉีดแล้วผิวกลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือไม่ได้ดูแลตัวเองมากพอ ก็อาจรู้สึกว่าผิวแย่ลงครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลังหยุดฉีดเมโสหน้าใส ไม่ได้ทำให้ผิวแย่กว่าเดิม แต่ผิวจะกลับไปเป็นสภาพเดิมก่อนฉีด
สรุป
การฉีดเมโสหน้าใส ช่วยแก้ปัญหาผิวเร่งด่วน เห็นผลเร็วกว่าการทำหน้าใสด้วยวิธีอื่น ๆ เมโสหน้าใสมีหลายสูตรให้แพทย์เลือกใช้ให้เหมาะกับการปัญหาผิวของคนไข้ครับ เช่น ผิวขาว หน้าใส ลดสิว-แก้ผื่น เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ใน 3 วัน
เพื่อให้มั่นใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัย ควรเลือกฉีดเมโสหน้าใสกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ ใช้เมโสแท้เท่านั้น V Square Clinic มีบริการปรึกษาออนไลน์ ช่วยอำนวยความสะดวกกับคนไข้ สามารถสอบถามกับหมอได้โดยตรงครับ
