หากคุณไม่เคยต่อพ.ร.บ.รถยนต์ คงจะสงสัยกันอยู่บ้างว่า ต่อพ.ร.บ.รถยนต์กี่บาท แพงไหม เพื่อให้สามารถเตรียมเงินสำหรับจ่ายพ.ร.บ.รถยนต์ในแต่ละปีให้พร้อม นอกจากนี้เรายังจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครองของพ.ร.บ.ให้คุณได้ทราบกันอีกด้วย เพราะเราเชื่อว่าคงจะมีบางคนที่ไม่สนใจการต่อพ.ร.บ.รถยนต์ เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน จะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง ไปดูกันเลย!

ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ปี 2566 ต้องจ่ายเงินกี่บาท?

อัตราค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับ พ.ร.บ. สำหรับรถยนต์โดยสารส่วนบุคคลเป็นแบบคงที่ จะขึ้นอยู่กับประเภทรถโดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะต้องจ่าย 600 บาทต่อปี
  • รถยนต์โดยสารเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง จะต้องจ่าย 1,100 บาทต่อปี
  • รถยนต์โดยสารเกิน 15 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 20 ที่นั่ง จะต้องจ่าย 2,050 บาทต่อปี
  • รถยนต์โดยสารเกิน 20 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 40 ที่นั่ง จะต้องจ่าย 3,200 บาทต่อปี
  • รถยนต์โดยสารเกิน 40 ที่นั่ง จะต้องจ่าย 3,740 บาทต่อปี
  • รถยนต์โดยสารขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะต้องจ่าย 600 บาทต่อปี
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนัก ไม่เกิน 3 ตัน (รถกระบะ) 900 บาท
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนัก เกิน 3 ตัน ไม่เกิน 6 ตัน 1,220 บาท
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนัก เกิน 6 ตัน ไม่เกิน 12 ตัน 1,310 บาท
  • หัวรถลากจูง 2,370 บาท
  • รถพ่วง 600 บาท
  • รถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร 90 บาท

ในส่วนของอัตราค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับ พ.ร.บ. สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ จะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ไม่เกิน 75 ซีซี 161.57 บาท
  • รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 75-125 ซีซี 323.14 บาท
  • รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 125-150 ซีซี 430.14 บาท
  • รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 150 ซีซีขึ้นไป 645.12 บาท

ทั้งนี้ราคาทั้งหมดที่เราได้รวบรวมมายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นอกจากนี้การต่อ พ.ร.บ. สามารถทำควบคู่ไปกับการต่อภาษีประจำปีได้ โดยมีการกำหนดให้รถทุกคันสามารถต่อภาษีประจำปีล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน หรือ 3 เดือน

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. มีอะไรบ้าง?

พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระรามบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และเปรียบเสมือนหลักประกันของรถทุกคันยามที่ประสบเหตุไม่คาดฝัน ทำให้ผู้ใช้รถที่มี พ.ร.บ. ได้รับความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ และค่ารักษาพยาบาล แม้ว่าจะไม่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ก็ตาม โดยสามารถแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

ค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถ (คุ้มครองโดยไม่สนว่าถูกหรือผิด)

  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการบาดเจ็บ (จ่ายตามจริง) สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 35,000 บาท

ค่าเสียหายหลังจากพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก จาก พ.ร.บ.รถยนต์

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ หรือค่าเสียหายอื่น ๆ สูงสุด 80,000 บาท
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร สูงสุด 500,000 บาท
  • ชดเชยรายวันวันละ 200 บาทไม่เกิน 20 วัน (ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยนอก – OPD)

สรุปแล้ว พ.ร.บ. จะชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดไม่เกิน 304,000 บาท

เมื่อได้ทราบไปว่าแล้วว่า ต่อพ.ร.บ.รถกี่บาท ก็ถือว่าไม่แพง และมีความคุ้มค่าไม่น้อย เพราะหากเทียบจากความคุ้มครองค่าเสียหายของ พ.ร.บ. รถ กับอัตราค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปี ก็ถือว่าไม่แพงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ ยังเป็นหลักประกันให้กับเจ้าของรถในกรณีที่ลืมต่อประกันรถยนต์ได้อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน