กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นมหานครแห่งความเจริญรอบด้านที่มีวิวัฒนาการมาจากรากฐานวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรมและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกทม.
การพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ได้ต่อยอดการสร้างสรรค์เมืองอย่างต่อเนื่องด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 19 นโยบายสร้างสรรค์ดีที่ครอบคลุมถึงเรื่องดนตรี ศิลปะ กีฬา หนังสือ อัตลักษณ์ท้องถิ่น กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สุขภาพสูงวัย การท่องเที่ยวและพื้นที่สร้างสุขทุกวัย กรุงเทพมหานครจึงมุ่งมั่นให้เกิดการกระจายพื้นที่สร้างสรรค์และเปิดพื้นที่สำหรับแสดงออกทางความคิดเพิ่มขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 กรุงเทพมหานครได้รับเลือกให้เข้าร่วมเครือข่ายสร้างสรรค์ของยูเนสโกในฐานะเมืองแห่งการออกแบบ นับเป็นภาพสะท้อนที่สำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์ของกทม. ที่ได้ผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และคนในชุมชน จนล่าสุดเมื่อต้นปี 2566 กทม. ได้ร่วมจัดงาน Bangkok Design week 2023 ในพื้นที่ของกทม. อาทิ เจริญกรุง-ตลาดน้อย เยาวราช พระนคร ปากคลองตลาด นางเลิ้ง เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการสร้างสรรค์ในพื้นที่ต่างๆ รอบเมือง
“สร้างสรรค์ดี” คือหนึ่งในนโยบาย กทม. ที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ผลักดันการดำเนินงานในหลากหลายด้านเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ ที่ผ่านมา กทม. ได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับดนตรีและศิลปะการแสดงสตรีทโชว์ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งกิจกรรมดนตรีในสวน กิจกรรมโซนใช้เสียงสำหรับผู้เล่นและฝึกซ้อมดนตรีโดยไม่ต้องขออนุญาตในสวนสาธารณะ 12 แห่ง จะเห็นได้ว่าการปลดล็อค
พื้นที่เหล่านี้เปรียบเสมือนการปลดล็อคความคิดสร้างสรรค์ ให้ได้ปลดปล่อยไปกับสุนทรียภาพทางดนตรีและศิลปะการแสดงในพื้นที่สาธารณะที่กทม.ได้สนับสนุนให้เกิดขึ้น

ไม่เพียงแต่การสนับสนุนด้านดนตรีและสตรีทโชว์เท่านั้น กทม.ยังส่งเสริมให้พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อจัดแสดงงานศิลปะกลางแจ้ง ทุกมุมเมือง โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานร่วมกันเนรมิตให้พื้นที่ต่างๆ ในกทม. ได้ถูกแต่งแต้ม ต่อเติมให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่องานศิลปะ ดังเช่นงาน Unfolding Bangkok ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชาวกทม. เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างสรรค์ในพื้นที่ชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ปัจจุบันเปิดแสดงงานศิลปะ Greeting Benjakitti ในรูปแบบผลงานศิลปะจัดวาง (Art Installation) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ที่ช่วยให้งานศิลปะได้เฉิดฉายท่ามกลางบรรยากาศสวนป่าใจกลางกรุง ซึ่งจะจัดแสดงไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2566

กทม. ยังส่งเสริมการดึงอัตลักษณ์สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกทม. ถือเป็นเรื่องสำคัญในนโยบายสร้างสรรค์ดีที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในชุมชนและคนในท้องถิ่นได้มองเห็นถึงคุณค่าของอัตลักษณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืน ในช่วงแรกมีการส่งเสริมนำร่องไปแล้วใน 10 ย่าน คือ 1.บางลำพู เขตพระนคร 2.นางเลิ้ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 3.ตลาดเก่าหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง 4.ตลาดพลู เขตธนบุรี 5.ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำสองคลอง วัดตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน 6.วัดดุสิตาราม เขตบางกอกน้อย 7.วังเดิม เขตบางกอกใหญ่ 8.ริมคลองบางมด เขตทุ่งครุ 9.ริมคลองบางหลวงเขตภาษีเจริญ และ 10.ตลาดน้อย เขตสัมพันธ์วงศ์ สู่ระยะที่ 2 อีก 10 ย่าน คือ 1.ตลาดเก่ามีนบุรี เขตมีนบุรี 2.วัดพระยาไกร (เจริญกรุง 103) เขตบางคอแหลม 3.คลองสาน เขตคลองสาน 4.ริมคลองพระโขนง เขตสวนหลวง 5.ริมคลองประเวศบุรีรมย์ เขตประเวศ 6.คลองลำไทร เขตหนองจอก 7.ย่านสาทร 8.สามง่ามพัฒนา เขตจอมทอง 9.ย่านเจริญกรุง เขตบางรักและ 10.ถนนสายไม้ เขตบางซื่อ

นโยบายสร้างสรรค์ดี ยังกระจายไปถึงการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยกทม. ได้พัฒนาห้องสมุดให้เป็น Co-working space เพื่อการเรียนรู้ของทุกคนในชุมชนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้พื้นที่สร้างสรรค์ได้มากขึ้นปัจจุบันมีบริการแล้วในพื้นที่ 12 เขต ได้แก่ ราชเทวี ดุสิต ทุ่งครุ คลองสามวา หนองจอก บางกะปิ พระโขนง จอมทอง ลาดพร้าว พระนคร จตุจักร และปทุมวัน

นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่กทม. ให้สร้างสรรค์ดี ยังเดินหน้าสรรสร้างอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดงานเทศกาลตลอดปี 2566 ซึ่งเดือนเมษายนจะเป็นเทศกาลไทยไทย เดือนพฤษภาคม เทศกาลอาหาร เดือนมิถุนายน เทศกาล Pride Month หรือความหลากหลายทางเพศ เดือนกรกฎาคม เทศกาลเด็กและเยาวชน เดือนสิงหาคม เทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดือนกันยายน เทศกาลอีสปอร์ต เดือนตุลาคม เทศกาลกรุงเทพกลางแปลง เดือนพฤศจิกายน เทศกาลศิลปะสร้างสรรค์ เดือนธันวาคม เทศกาลแสงสี โดยแต่ละเทศกาลที่กทม. ได้เตรียมการจัดงานนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นความตั้งใจที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ดีเพื่อคนกรุงอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจการค้าในพื้นที่กทม.ให้ขยายตัวได้แล้ว ยังถือเป็นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้ชาวกทม. ทุกเพศทุกวัย ได้ร่วมคิด ร่วมสร้าง และร่วมภาคภูมิใจไปกับการพัฒนาเมืองที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ร่วมกัน
การพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์ย่อมต้องขับเคลื่อนด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวกทม. ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมต่อไปสู่การรักษารากเหง้าวัฒนธรรม เพื่อหล่อหลอมรวมเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยตอบโจทย์คุณค่าของการพัฒนาเมืองและความมั่นคงในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเมืองกรุงได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์สร้างสรรค์ดีๆ จากการสนับสนุนและส่งเสริมตามนโยบายสร้างสรรค์ดีของกทม. เชื่อว่าการปลดและปลุกพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วเมืองครั้งนี้จะเป็นบันไดไปสู่ความเจริญ เพื่อกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน