TCEB นำธุรกิจไมซ์ไทยเดินสายบุกขายอีเวนต์โลก IMEX Frankfurt 2023 แฟรงเฟิร์ต เยอรมัน 23-25 พ.ค.66 โรงแรม DMCs สถานที่จัดงาน การบินไทย ทิก้า กอดคอ ลุยเจาะไมซ์ยุโรป พร้อมลงทุนเนรมิต Thailand Pavillion ขานรับกระแสโลก 3 แนวคิด “ไมซ์ยั่งยืน” เลือกใช้วัสดุสร้างบูธปล่อยสารน้อย “นวัตกรรม” งัดไฮเทคโนเกม interactive ใช้ผู้เล่นเผยแพร่วิถีไทยตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย “Soft Power” อัดแน่นเนื้อหาวัฒนธรรมจัดโชว์มวยไทยดึงคนต่อยอดนำไมซ์มาจัดในไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บเข้าร่วมมหกรรมขายไมซ์รายการระดับโลก IMEX Frankfurt 2023 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2566 ที่ Messe Frankfurt เมืองแฟรงเฟิร์ต เยอรมัน โดยได้นำผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมเดินทางไปด้วย 29 ราย เพื่อจับคู่เจรจากับตัวแทนผู้ซื้อดึงรายได้ไมซ์จากตลาดยุโรปเข้าไทยให้ได้ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 ต่อเนื่องปี 2567
โดยมีผู้ประกอบการที่จะเป็นตัวแทนผู้ขายไมซ์ไทยเข้าร่วมงาน IMEX Frankfurt 2023 รวม 29 ราย ประกอบด้วย โรงแรม 17 ราย บริษัทตัวแทนจัดการเดินทาง หรือ DMCs (Destination Management Company) 7 ราย สถานที่จัดงาน/Venue 2 ราย สายการบิน/การบินไทย 1 ราย สมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (ไทย)หรือ TICA อีก 1 องค์กร ทั้งหมดพร้อมจะพบปะแลกเปลี่ยนตลาดการซื้อขายกับคู่ค้าทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาร่วมงานปีนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 2,500 ราย ตลอดงาน 4 วัน เอกชนและผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ยังสามารถเลือกเข้าร่วมฟังการประชุมทางที่เจ้าภาพจัดไว้ในหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งมีให้เลือกถึง 3,000 การประชุม เพื่อจะได้เกาะติดเทรนด์อนาคตซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่จะเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจไมซ์ทั่วโลก

ส่วนไฮไลต์ที่ทีเส็บพร้อมนำเสนอในงาน IMEX Frankfurt 2023 ขานรับเทรนด์ การยกระดับจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืนในเวทีโลก คือ การลงทุนดีไซน์ “Thailand Pavilion” ของประเทศไทย หมายเลขบูธ B150 แสดงศักยภาพความพร้อมและขีดความสามารถที่ไทยมีเป้าหมายนำอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนหรือ MICE Sustainable ทั้งภายในประเทศและเวทีนานาชาติ
“Thailand Pavilion” หมายเลข B150 ในงาน IMEX Frankfurt 2023 ทีเส็บได้นำเสนอไมซ์ไทยทำให้ทั่วโลกต้องตื่นตะลึงภายใต้ 3 แนวคิด ประกอบด้วย แนวคิดที่ 1 ความยั่งยืน (Sustainable) แนวคิดที่ 2 นวัตกรรม (MICE INNOVATION แนวคิดที่ 3 ซอฟท์ เพาเวอร์/Soft Power ทางด้านวัฒนธรรมอันงดงาม ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของเมืองไทยในตลาดไร้พรมแดนบนเวทีระดับโลก

ทีเส็บร่วมแรงร่วมใจร่วมลงทุนแสดงศักยภาพ เริ่มต้นจาก แนวคิดที่ 1 “ความยั่งยืน” นำร่องตั้งแต่การออกแบบก่อสร้างเพื่อติดตั้ง Thailand Pavilion ภายในอาคาร ด้วยการเลือกใช้วัสดุ oriented strand board ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นเรื่องการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ปริมาณน้อย เป็นขั้นตอนการผลิตที่สอดคล้องตามมาตรฐานยุโรป ส่วนพรมปูพื้นเลือกใช้ซ้ำได้ รวมถึงยังได้ลดมลภาวะการขนส่งด้วยการเลือกวัสดุอื่น ๆ ทุกชิ้นที่นำมาใช้ประกอบเป็นไทยแลนด์ พาวิลเลียน จะเน้นมีน้ำหนักเบาควบคู่กันไปด้วย
แนวคิดที่ 2 “นวัตกรรม” ทีเส็บได้พัฒนาซอฟท์แวร์ที่นำมาใช้เล่นเกมแบบ interactive เพื่อให้ผู้ร่วมเล่นเกมสามารถถ่ายทอดผลงานผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเกมที่เลือกมีเนื้อหาด้านวัฒนธรรมไทยประกอบอยู่ด้วย เมื่อผู้เล่นแชร์ช่วยกันแชร์จะได้เผยแพร่ซอฟท์ เพาเวอร์ ด้านวัฒนธรรมไทย เข้าถึงกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง

แนวคิดที่ 3 “ซอฟท์พาวเวอร์-พลังวัฒนธรรมไทย” ทีเส็บได้คัดสรรค์ “จัดการแสดงมวยไทย” ทุกวัน เพื่อดึงดูดผู้ร่วมงานจากนานาชาติสนใจเข้ามาเยี่ยมชมพร้อมกับตัดสินใจเลือกเดินทางมาประเทศไทยต่อไปด้วย กิจกรรมนี้ได้ใช้มวยไทยจุดประกายและกระตุ้นตลาดด้วยการพัฒนาเป็นเนื้อหาผนวกรวมอยู่ในอีเวนต์จัดงานไมซ์ในเมืองไทยได้ด้วย
นายจิรุตถ์ กล่าวว่า การนำธุรกิจไมซ์ของไทยเข้าร่วมงาน IMEX Frankfurt 2023 ครั้งนี้ จะเป็นอีกเวทีที่สามารถ ฟื้นฟูตลาดต่างประเทศเข้าไทยเพิ่มมากขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 ส่งผลดีกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตลอดปีงบประมาณ 2566 ระหว่าง 1 ตุลาคม 2565-30 กันยายน 2566 จะมีนักเดินทางไมซ์รวมทั้งหมด 18,550,000 คน สร้างรายได้กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 109,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 มาจากตลาด “ไมซ์ต่างชาติ” จำนวน 760,000 คน จะทำเงินรายได้ 50,000 ล้านบาท ส่วนที่ 2 มาจากตลาด “ไมซ์ในประเทศ” จำนวน 17,790,000 คน จะทำเงินรายได้ 59,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันทีเส็บยังได้วางกลยุทธ์ไมซ์ตลาดต่างประเทศตลาดระยะไกลในอนาคต 3 ปีหน้า ระหว่าง 2566-2567 มุ่งขยายรายได้และงานจาก 5 ตลาดหลัก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย รวมทั้งวางแผนการตลาดเจาะเพิ่ม “ตลาดใหม่” อีก 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 แยกตัวออกจากรัสเซีย ได้แก่ CIS (ลัทเวีย ลิโทเนีย เอสโทเนีย) อุเบกิซสถาน คาซัคสถาน ตามสถิติมีเที่ยวบินตรงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ตเพิ่มขึ้นทุกปี รวมทั้งมีสัญญาณที่จะนำไมซ์เข้ามาจัดในไทย กลุ่มจัดการประชุม (meeting) และเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive)
กลุ่มที่ 2 ตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลไทยได้ทำสัมพันธ์และสนับสนุนโครงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ (Medical Tourism) รวมทั้งนักเดินทางกลุ่มคุณภาพไมซ์

แนวโน้มตลาดภาพรวมปี 2566 ยังจะมีตลาดไมซ์ทั่วโลกเข้ามาเสริมทัพจัดงานต่าง ๆ ในเมืองไทย ได้แก่ บริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ (corporate) ได้ผสมผสานส่งเสริมกลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัลเข้ามายังเมืองไทยจำนวนหลายกลุ่มโดยใช้จ่ายเฉลี่ยในไทยเริ่มต้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 65,000-80,000 บาท/คน/ทริป ส่วนตลาดไกลจากยุโรป อเมริกา จะพักค้างคืนนานกว่า 7 วัน/คน/ทริป แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศ CLMV กัมพูชา-สสป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม
ช่วงครึ่งปีหลัง 2566 จะมีตลาดไมซ์ต่างประเทศ “กลุ่มขายตรง” ทั้งยุโรปและปรเทศอื่น ๆ ทยอยเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น “คาซัคสถาน” เป็นกลุ่มธุรกิจ Herbal Life กับแอมเวย์ “ฮ่องกง” เป็นธุรกิจประกัน (insurance) แต่ละกลุ่มจะขนาดใหญ่ประมาณ 3,000-8,000 คน/ทริป “อินเดีย” ตอนนี้เป็นตลาดใหญ่สุดนำไมซ์มาไทยอย่างต่อเนื่อง ช่วงครึ่งปีแรก 2566 เป็นกลุ่มธุรกิจยาเภสัชกรรม รวมทั้งตลาดอินเซนทีฟเติบโตสูงเลือกมาไทยเลือกพื้นที่จัดงานหลักตามเมืองท่องเที่ยว กรุงเทพฯ เชียงราย กระบี่ พัทยา และ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” เริ่มทยอยนำไมซ์เดินทางเข้ามาไทยบ้างแล้วและจะเพิ่มขึ้นตามลำดับสอดคล้องกับปริมาณที่นั่งเที่ยวบินที่ให้บริการ
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen