กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปี 66 ดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อรับมือผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino)

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ได้เผยแผนการดำเนินงาน พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานภายในขับเคลื่อนงานตาม 12 มาตรการฤดูฝนปี 2566 รวมทั้งเตรียมรับมืออุทกภัย การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยกำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนจัดสรรทรัพยากร เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และอื่นๆ ที่ประจำอยู่ทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เผยว่า กรมทรัพยากรน้ำได้มีการเตรียมรับมือฤดูฝนปี 2566 ช่วงเดือน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของ กอนช. โดยมาตรการที่ใช้เตรียมการรับมือภาวะฝนทิ้งช่วงประกอบด้วย การคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำช่วงฝนทิ้งช่วง ในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ข้าวนาปี บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ไม้ผล บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง นอกจากนี้ มีการปรับปรุง และทบทวนเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน จำนวน 184 อ่าง ความจุรวม 374 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงเตรียมความพร้อม ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคารชลศาสตร์ และระบบระบายน้ำ จำนวน 65 แห่ง ความจุรวม 235 ล้าน ลบ.ม.

นายพงศ์พัฒน์ เสมอคำ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ เสริมว่า กรมทรัพยากรน้ำมีความพร้อมด้านอุปกรณ์และเครื่องมือ รวมถึงสถานีติดตามสถานการณ์น้ำ ซึ่งประกอบด้วยสถานีเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม สถานีโทรมาตร สถานีตรวจวัดสถานการณ์น้ำ สถานีอุตุนิยมวิทยา-อุทกวิทยา สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำในแหล่งน้ำ รวมสถานีติดตามสถานการณ์น้ำของกรมทรัพยากรน้ำ จำนวนกว่า 2,900 สถานี มีการเตรียมความพร้อม การวางแผนเครื่องจักร/เครื่องมือ และบุคลากร ประจำพื้นที่เสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง ในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน อาทิ จัดเตรียมศูนย์ผลิตน้ำสะอาด เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และรถบรรทุกน้ำ เรือ รวมถึงเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำและเครือข่ายภาคประชาชน เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายสุประภาพ พัฒน์สิงหเสนีย์ ผู้อำนวยการศูนย์เมขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพยากรน้ำได้วางแผนปฏิบัติการรับมือสถานการณ์ภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม ปี พ.ศ.2566 รวมถึงจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัยทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ศูนย์เมขลา และพื้นที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1-11 ทั้งนี้บทบาทและภารกิจที่สำคัญหนึ่งของกรมทรัพยากรน้ำ คือการคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง ในพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน ซึ่งข้อมูลด้านการบริหารจัดการภาวะน้ำท่วมและภาวะน้ำแล้งในพื้นที่เขตนอกเขตชลประทาน ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่เริ่มให้บริการข้อมูลมามีจำนวนการดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตามข้อมูล การคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง บริเวณพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้

พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ข้าวนาปี ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ครอบคลุม 27 จังหวัด 131 อำเภอ 289 ตำบล (http://mekhala.dwr.go.th/download-cate.php?txtdoccate=28 )

พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ไม้ผล ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ครอบคลุม 9 จังหวัด 18 อำเภอ 29 ตำบล (http://mekhala.dwr.go.th/download-cate.php?txtdoccate=28)

การคาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภาวะท่วม/น้ำหลาก-ดินถล่ม (มิถุนายน – ตุลาคม 2566)
(
http://mekhala.dwr.go.th/download-cate.php?txtdoccate=30)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน