ภายใต้แนวคิด “70 ปี ยุวเกษตรกรไทย ร่วมกำหนดอนาคตเกษตรไทย ไปด้วยกัน Shaping the Future…Together”
“เกษตรกร” คือกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคการเกษตรมาอย่างช้านาน การที่จะพัฒนาภาคการเกษตรให้มีความก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน จำเป็นต้องพัฒนา “เกษตรกร” ให้มีความรู้ ความสามารถ พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญในการพัฒนา “ยุวเกษตรกร” ให้มีความพร้อมต่อภาคการเกษตรในอนาคต โดยการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้ และทักษะด้านการเกษตร รวมถึงสร้างทัศนคติที่ดีต่อภาคการเกษตรของไทย

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 10 – 25 ปี ที่มีความสนใจด้านการเกษตร รวมเป็น “กลุ่มยุวเกษตรกร”เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะอาชีพทางการเกษตรและสร้างทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ปรับกิจกรรมให้ทันสมัยและตรงตามความต้องการ ของกลุ่มยุวเกษตรกร เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาคการเกษตรในอนาคต โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแนวทาง
การขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกรในปี 2566 ไว้ 5 แนวทาง ดังนี้
1) ส่งเสริมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับยุวเกษตรกรอย่างมีศักยภาพ
2) ส่งเสริมกลุ่มยุวเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง
3) สร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกรกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
4) สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนายุวเกษตรกร
5) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การพัฒนางานยุวเกษตรกรเชิงรุก
ปัจจุบันมีกลุ่มยุวเกษตรกร 4,930 กลุ่ม สมาชิก 82,445 ราย แบ่งเป็น กลุ่มยุวเกษตรกรในสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา 4,860 กลุ่ม กลุ่มยุวเกษตรกรนอกสถาบันการศึกษา 45 กลุ่ม และกลุ่มยุวเกษตรกรแบบผสม อีก 25 กลุ่ม


เนื่องในโอกาส ที่ยุวเกษตรกรไทยได้ดำเนินมาถึง 70 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดจัดงานชุมนุมยุวเกษตรกรและที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรระดับประเทศ ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “70 ปี ยุวเกษตรกรไทย ร่วมกำหนดอนาคตเกษตรไทย ไปด้วยกัน Shaping the Future…Together” ระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคม 2566 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ซึ่งพระองค์ท่าน ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเยาวชนเกษตร ซึ่งทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ของ “มูลนิธิส่งเสริมยุวเกษตรกรไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ดำเนินกิจกรรมการพัฒนางานด้านยุวเกษตรกร ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร มาตั้งแต่เริ่มจัดตั้งมูลนิธิฯ ในปี 2523 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ การส่งเสริมเกี่ยวกับเยาวชนด้านการเกษตรของประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2495 ตามคำแนะนำ ของผู้เชี่ยวชาญองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ต่อมาได้มีการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน โดยเริ่มดำเนินการขึ้นที่โรงเรียนพรหมานุเคราะห์ ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นครั้งแรก ในปี 2496 ได้จัดตั้ง 4-H Club ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในช่วงปีแรกของการดำเนินงานได้มีการจัดตั้ง 4-H Club ขึ้นที่อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยนำรูปแบบและแนวทางการดำเนินงานมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาให้ใช้ชื่อว่า “หน่วยยุวกสิกร” แทนคำว่า 4-H Club รวมถึงมีการมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการส่งเสริมและจัดตั้งหน่วยยุวกสิกร และเมื่อปี 2510 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตรขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้โอนงานส่งเสริมหน่วยยุวกสิกรมาเป็นภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร และเปลี่ยนชื่อเป็น “กลุ่มยุวเกษตรกร” ตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา