MEA จัดงาน 65 ปี โชว์ผลงานพัฒนาระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า นำสายไฟลงดินแล้วเสร็จรวม 91 กิโลเมตร ยกระดับดิจิทัลเซอร์วิส พัฒนา Go Green หนุนอีวี อีโคซิสเต็ม โซลาร์ภาคประชาชน พร้อมขับเคลื่อนสู่องค์กรยั่งยืนด้านพลังงาน
นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง เผยว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา MEA ครบรอบ 65 ปี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2566 ได้จัดกิจกรรม “65th MEA SPARK the Sustainable Future” จุดประกายอนาคตที่ยั่งยืน เปิดให้ผู้ร่วมงานบริจาคเงินสหทัยมูลนิธิกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก พร้อมเสนอผลดำเนินงานจากการขับเคลื่อนองค์กรโดยยึดหลัก Triple Go for Goal 3 ด้าน ได้แก่ Go Smart, Go Digital และ Go Green ภายใต้วิสัยทัศน์ Energy for city life, Energize smart living ในการขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร
“MEA เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ดูแลผู้ใช้ไฟฟ้า 4.19 ล้านราย ด้านภาพรวมการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าปี 2566 (คาดการณ์ ณ เดือน เมษายน) มีหน่วยพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสะสม 51,398 ล้านหน่วย ทั้งนี้ MEA ดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 100 มีสถิติความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในวันที่ 8 พฤษภาคม จำนวน 9,733.50 เมกะวัตต์ นับเป็นสถิติการจำหน่ายไฟฟ้าสูงที่สุดที่เคยเกิดขึ้น”

ผู้ว่าการ MEA เผยถึงการพัฒนาระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยในด้าน GO Smart มีการดำเนินโครงการที่ส่งเสริมศักยภาพด้านระบบไฟฟ้า ให้การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงเพียงพอ เช่น โครงการ Smart Metro Grid โดยปัจจุบันติดตั้ง Smart Meter ในพื้นที่นำร่อง 9 ตารางกิโลเมตร ฯลฯ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผ่านออนไลน์ ช่วยในด้านการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า สามารถวิเคราะห์จุดเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องเพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น และภายในปี 2570 มีแผนขยายติดตั้งครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 18 การไฟฟ้านครหลวงเขต รวม 441,400 ชุด
สำหรับการดำเนินโครงการเปลี่ยนเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน จะมีเส้นทางที่ดำเนินการแล้วเสร็จเพิ่มเติมรวมเป็น 91 กิโลเมตร และภายในปี 2570 มีแผนดำเนินโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินให้แล้วเสร็จรวม 236.1 กิโลเมตร พร้อมกับแผนดำเนินการในอนาคตอีก 1,140.8 กิโลเมตร รวมทั้งสิ้นเป็น 1,454.3 กิโลเมตร
ด้าน Go Digital มีการพัฒนาบริการ e-Service ต่างๆ เพื่อยกระดับไปสู่การเป็น Fully Digital Service เช่น จัดทำระบบแจ้งเตือนไฟฟ้าขัดข้องรายบุคคล จนถึงการ Tracking บริการทางธุรกรรมต่างๆ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ผ่าน MEASY มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครองผ่าน MEA Linkage Center ช่วยลดขั้นตอนการยื่นเอกสารบางประเภท มีบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์บนเทคโนโลยีบล็อกเชน และอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Digital Utility พร้อมเชื่อมโยงการให้บริการผ่านระบบดิจิทัลร่วมกับหน่วยงานภายนอกภายในปี 2570

“การดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ยังเป็นภารกิจใหญ่ในด้าน Go Green เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยสนับสนุนให้เกิด EV Ecosystem เช่น ออกแบบระบบ Smart Charging สำหรับบ้านอยู่อาศัย ควบคู่กับ TLM เพื่อลดปัญหา Overload มีแผนขยายการติดตั้งสถานีชาร์จจำนวน 100 หัวชาร์จ ล่าสุด เปิดตัวเครื่องอัดประจุไฟฟ้า 120 kW รองรับการเชื่อมต่อกับ Solar PV และ Battery Storage ที่สำนักงานใหญ่ คลองเตย โดยภายในปีนี้จะมีจำนวนหัวชาร์จรวมทั้งสิ้น 244 หัวชาร์จ มีการออกแบบระบบ PLUG ME EV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จเชิงพาณิชย์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการติดตั้งในคอนโดมิเนียม หรืออาคารสำนักงาน เป็นต้น”
เช่นเดียวกับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ช่วยอำนวยความสะดวกให้สมัครผ่าน https://myenergy.mea.or.th โดยสถิติครึ่งปีแรก มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในส่วนของ MEA 1,051 ราย ปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งรวม 5.84 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เชื่อมโยงกับการใช้ EV ขณะเดียวกันได้จับมือสถาบันการศึกษาเพื่อร่วมมือทางวิชาการ และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อร่วมพัฒนา ออกแบบ และบริหารจัดการด้านพลังงานทดแทนสู่ Green University
MEA ให้ความสำคัญด้านลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (MEA Carbon Neutrality Roadmap) เช่น ส่งเสริมให้อาคารใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบอาคารประหยัดพลังงาน ล่าสุดช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 6.87 ล้านหน่วยต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2,954 ตันต่อปี
“ในด้านธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า รองรับการเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) MEA ได้เสริมทัพงานบริการธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้วย Key Energy Now by MEA หรือ KEN by MEA เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ธุรกิจออกแบบติดตั้งระบบไฟฟ้า ธุรกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ และธุรกิจบริการเกี่ยวกับ EV พร้อมจัดตั้งบริษัท MEA Smart Energy Solutions (MEAei) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยให้บริการที่ปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง และลงทุนด้านการบริหารจัดการระบบพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร”

ผู้ว่าการ MEA เผยถึงทิศทางขององค์กร โดยมีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน 3 ระยะ เริ่มจากปี 2567-2568 Strengthen Smart Energy เป็นการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรองรับการเริ่มเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ครอบคลุมพื้นที่ 8 การไฟฟ้านครหลวงเขต มีระบบสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ชั้นในและถนนเศรษฐกิจระยะที่ 1 ปรับการให้บริการเป็น Digital service เต็มรูปแบบ และเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญธุรกิจบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร สร้าง Power System Infrastructure พร้อมรองรับนโยบายซื้อขายพลังงานไฟฟ้าสีเขียว
ปี 2569-2570 Smart Utility ยังคงรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ครอบคลุมพื้นที่ 18 การไฟฟ้านครหลวงเขต มีระบบสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ชั้นในและถนนเศรษฐกิจระยะที่ 2 เชื่อมโยงการบริการกับหน่วยงานภายนอกด้าน Utility Service Center พร้อมรองรับนโยบายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกิจการไฟฟ้า
“ใน ปี 2571-2580 Sustainable Energy Utility เราจะพัฒนาเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนด้านพลังงาน ตอบสนองเมืองมหานครในอนาคต มีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) Gen 2 มีระบบสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ชั้นในและถนนเศรษฐกิจระยะสุดท้าย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกบริการตามความต้องการ และเป็นผู้นำในการบริหารจัดการพลังงาน โดยใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Metro Grid) มีความพร้อมในธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าทั่วประเทศ และมีสตาร์ทอัพที่พร้อมจะนำไปพัฒนาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการใช้พลังงาน และการดำเนินวิถีชีวิตของประชาชน”