ยักยอกทรัพย์ คือ อะไร
ความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ เป็นความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา ในหมวด 5 ความผิดฐานยักยอก มาตรา 352 – 356 ซึ่งมีอยู่หลายฐานความผิดด้วยกัน
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
วรรค 2 ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง

อธิบาย
ความผิดตามมาตรา 352 วรรคแรก ยักยอกทรัพย์ ขณะกระทำความผิดผู้กระทำความผิดครอบครองทรัพย์อยู่แล้ว และการครอบครองนั้นเพื่อแย่งกรรมสิทธิ์ทรัพย์จากเจ้าของทรัพย์ โดยมีเจตนาทุจริต ถ้าครบองค์ประกอบนี้ก็จะเข้าความผิดฐานยักยอกทรัพย์
สำหรับมาตรา 352 วรรค 2 เป็นการยักยอกทรัพย์โดยที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ส่งมอบให้โดยสำคัญผิดหรือ ทรัพย์สินหาย สำหรับทรัพย์สินหายต้องเป็นกรณีที่ ทรัพย์สินหายแล้วเจ้าของตามทันที(เจ้าของเดิมยังไม่ได้มีเจตนาสละกรรมสิทธิ์นั้น)
สำหรับในเรื่องความผิดเกี่ยวกับยักยอกทรัพย์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นอีก เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หรือการกระทำความผิดซึ่งต้องระวางโทษสูงขึ้น ซึ่งเป็นการจัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 352 หรือมาตรา 353 ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ยอมความได้หรือไม่
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เป็นความผิดอาญาต่อส่วนตัว อันสามารถยอมความได้ รายละเอียดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356 ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้

ถ้าเป็นผู้เสียหาย จะต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน ?
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ภายใต้บังคับมาตรา 95 ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ
ถ้าเป็นความผิดใน ข้อหายักยอกทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดอาญาอันยอมความได้ ผู้เสียหายจะต้อง ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
อธิบายขยาย ถ้ารู้เรื่องอย่างเดียวแต่ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ยังไม่นับอายุความ ต้องทั้งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าเขาเป็นใคร จึงนับอายุความ 3 เดือน
หากเป็นจำเลยคดียักยอกทรัพย์ ทางแก้ไข
กรณีเป็นจำเลย พยายามพูดคุยกับผู้เสียหาย หาทางบรรเทาความเสียหายให้กับเขา มันจะเป็นทางออกที่ดีกับทั้งสองฝ่ายเพราะผู้เสียหายก็จะได้ทรัพย์คืน ส่วนฝั่งเราเองก็จะได้ไม่เป็นคดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องในการที่ ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่ เราต้องคุยกับอีกฝ่ายให้ชัดเจน
ยกตัวอย่างคดีที่ไม่เป็นยักยอกทรัพย์
- การที่เราหยิบ ร่มของคนอื่นไปโดยไม่ได้เจตนา เช่น เห็นฝนตกแล้วอยู่หน้าร้านเซเว่น ด้วยความรีบ เห็นร่มมีสีคล้ายของเรา เช่นสีเหลืองเหมือนกัน เราหยิบไปแบบนี้ โดยไม่ได้มีเจตนาทุจริต จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดยักยอกทรัพย์
- ยืมรถเพื่อนไปใช้งาน ขณะที่เพื่อนให้รถเรามาใช้งาน ยังไม่ถึงกำหนด คืนรถเพื่อน แบบนี้ไม่เป็นยักยอกทรัพย์ แต่เมื่อเพื่อนมีกำหนดให้เราคืนรถเช่นวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 เมื่อไหร่กำหนดแล้วเราไม่ทำตามกำหนด ถือว่ามีความผิดแล้ว
- ผ่อนรถยนต์กับไฟแนนซ์ รถยนต์เป็นชื่อของไฟแนนซ์ แต่เราผู้ผ่อนเป็นผู้ครอบครองรถยนต์นั้น ไม่มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์จนกว่า เราจะผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ และบริษัทไฟแนนซ์เรียกร้องให้นำรถยนต์ไปคืน ภายในกำหนดเวลา และเราไม่ยอมกระทำตามจนเลยกำหนดเวลานั้น เรามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ยักยอกทรัพย์กับลักทรัพย์ ต่างกันอย่างไร
ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ขณะทำความผิด ทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดแล้ว แต่สำหรับคดีลักทรัพย์ ขณะกระทำความผิดทรัพย์นั้นยังไม่ได้อยู่ในการครอบครองของผู้กระทำความผิด ทั้งคู่นี้ต้องมีเจตนาโดยสุจริตเหมือนกัน
เรียกง่ายๆว่า สำหรับคดีลักทรัพย์ ผู้กระทำความผิดแย่งทั้งกรรมสิทธิ์และการครอบครอง แต่สำหรับคดียักยอกทรัพย์ ผู้กระทำความผิดแย่งแต่กรรมสิทธิ์เท่านั้น ไม่ได้แย่งกันครอบครอง (เพราะทรัพย์อยู่ในการครอบครองของผู้กระทำความผิดอยู่แล้วในขณะยักยอกทรัพย์)

คดียักยอกทรัพย์เป็นคดีอาญาอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว แต่คดีลักทรัพย์เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ซึ่งคดีอาญาแผ่นดินอันไม่สามารถยอมความได้ และอายุความในการร้องทุกข์ ของคดียักยอกทรัพย์กับลักทรัพย์ก็จะไม่เหมือนกัน

คดียักยอกทรัพย์ ต้องประกันตัว
เนื่องจากเป็นความผิดในคดีอาญา หากมีการฟ้องคดีเกิดขึ้น ตัวจำเลยจะต้องมีการประกันตัว โดยจะประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน หรือประกันตัวในชั้นอัยการหรือประกันตัวในชั้นศาล แล้วแต่กรณี จึงต้องเผื่องบประมาณในเรื่องการดำเนินการประกันตัวไว้ด้วย