ททท. นำ 5 ภาคโกยรายได้Year of Gastronomy ชูIsanFoodดันอาหารอีสานโกอินเตอร์
- ททท.เร่ง 5 ภาค เพิ่มรายได้ “ปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร : Year of Gastronomy” ลุยจัดงาน“Thailand Soft Power : Isan Food Tasting”
- ขอนแก่นนำร่องระดมเชฟมืดีคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นเปิดโมเดล “อาหารอีสานโกอินเตอร์”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. วางกลยุทธ์เพิ่มรายได้จากตลาดท่องเที่ยวในประเทศโดยได้ตอกย้ำจุดขาย “Year of Gastronomy -ปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร” เดินหน้าเพิ่มมูลค่าอาหารไทย ด้วยการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทยลงไปในอาหารแต่ละเมนูโดยการเลือกใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในท้องถิ่น ยกระดับอาหารไทยเข้าสู่ตลาดได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ เติบโตเคียงข้างไปพร้อม ๆ กับนโยบายของรัฐบาลตามโมเดล BCG-Bio Circular Green หรือ เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียวทำให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน
ล่าสุด ททท.เปิดตัวโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot นำร่องจัดงาน “Thailand Soft Power : Isan Food Tasting” มุ่งเน้นเปิดประสบการณ์ที่มีคุณค่าและความหมาย (meaningful travel) โดยชู “อาหารอีสาน” ซึ่งมีความโดดเด่นสุดพิเศษในรูปแบบ Casual Fine Dining สามารถตอบโจทย์นโยบายปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร จึงได้รังสรรค์แต่ละจานเด่นมาส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

การจัดงาน “Thailand Soft Power : Isan Food Tasting” ททท.จับมือกับพันธมิตรเอกชน และภาครัฐนำโดย คุณธนียา นัยพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ดร.อรอนงค์ แสวงการ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น หน่วยงานและองค์กรของจังหวัดขอนแก่น เป็นโครงการต้นแบบที่ได้รับความสนใจจะนำไปต่อยอดขยายผลในพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดอื่นในภาคอีสานต่อไป
ไฮไลต์งานนี้ ททท.ได้เชิญ “เชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์” และ “เชฟจิ๊บ-กัญญารัตน์ ถนอมแสง” เจ้าของร้าน “แก่น” ซึ่งเป็นร้านอาหารอีสานร่วมสมัยสไตล์ Neo Isan Casual Fine Dining นำเสนออาหารอย่างมีศิลปะโดยได้ออกแบบภาชนะเป็นงานคราฟท์ดีไซน์สวยงามเป็นอัตลักษณ์เข้าถึงวิถีท้องถิ่น ซึ่งทางเชฟได้รังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษภายใต้คอนเซปต์ ISAN POWER โดยได้คัดเลือกวัตถุดิบท้องถินในจังหวัดขอนแก่น เช่น ปลาและหอยจากแก่งละว้า อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กับขนมคอเป็ด ของฝากขึ้นชื่อ นำเสนอเต็มรูปแบบอาหารอีสาน

ซึ่งมีอาหารจานเด่นเป็นตัวชูโรง 7 เมนู ประกอบด้วย เมนูที่ 1 ซุปบักเขือ ป่นเป็ด และแจ่วบักเล้น เมนูที่ 2 แสร้งว่าซอยจุ๊ เมนูที่ 3 ซุปบักสาลี มันม่วง กับก้อยกุ้งสุก เมนูที่ 4 อั่วกับอึ๊บไก่ และอูดเห็ด เมนูที่ 5 อ่อมหอย กับอ๋อปลายอน เมนูที่ 6 หมูเอาะ กับอู๋หน่อไม้ และ เมนูที่ 7 ขนมคอเป็ด เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก “พ่อสวาท” หรือ “สวาท อุปฮาด” เจ้าของแบรนด์ “คูน” สุราพื้นบ้าน ได้นำลูกแป้งทำจากแป้งข้าวเหนียวอินทรีย์ และแป้งข้าวเจ้าอินทรีย์มาผสมกับสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด จนกลายมาเป็นเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยประโยชน์มากมาย
รวมทั้งได้นำ “ภาชนะพิเศษ” ซึ่งดีไซน์ขึ้นมาเฉพาะเพื่อเสิร์ฟอาหารสุดพิเศษตลอดงานนี้เท่านั้น เป็นผลิตภัณฑ์จากฝีมือของ “Chu.Pot Ceramics” สตูดิโอเซรามิก ในบ้านอำเภอชุมแพ ก่อตั้งโดย “คุณชมพู” และ “คุณจ๋า” ที่มีใจรักในงานเซรามิก เป็นผลงานชุมชนมีอัตลักษณ์ไทยอันโดดเด่นอย่างแท้จริง
รวมถึงการนำ “วงหมาเก้าหาง” นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ในลุ่มน้ำโขง และภาคอีสาน มาร่วมบรรเลงดนตรีแสนไพเราะ 7 บทเพลงโดยใช้เครื่องดนตรีไทยพื้นถิ่นตลอดระยะเวลาการรับประทานอาหาร ช่วยชูรสชาติอาหารทั้ง 7 เมนู เป็นบรรยากาศสุดพิเศษไม่เหมือนครั้งใดเพิ่มทั้งคุณค่าและความหมายการรับประทานอาหารอีสานมิติใหม่ ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบยกระดับจุดขายซอฟท์ เพาเวอร์ ทางด้าน FOOD ขานรับปีท่องเที่ยวอาหาร ของตลาดในประเทศ ททท.ได้เป็นอย่างดี

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ตลอดปี 2566 มีนโยบายให้ ททท.ตลาดในประเทศทั้ง 45 สำนักงาน เร่งทำกลยุทธ์ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยโดยเน้นการเพิ่ม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เพิ่มรายได้ เพิ่มวันพักเฉลี่ย (OR : Occupacy Rate) และเพิ่มความถี่การเดินทางท่องเที่ยวขยายตัวสู่เมืองหลักและเมืองรองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมงานเทศกาล “อาหาร” ผสมผสานกับการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มแล้วยังสามารถเพิ่มรายได้เติบโตขึ้นได้
ซึ่งเห็นผลสัมฤทธิ์และความสำเร็จชัดเจนจากการที่ ททท.ได้จัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2566” เมื่อช่วง 2-6 สิงหาคม 2566 ททท.ทั้ง 5 ภูมิภาค ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ นำผู้ประกอบการในพื้นที่คัดเลือกอาหารถิ่นมานำเสนอขายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเข้ามาเลือกซื้ออาหารและช้อปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างรายได้กับชุมชนทั่วไทย อีกทั้งยังได้ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้สินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ กระตุ้นให้คนออกเดินทางเที่ยวตามคอนเซ็ปต์ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน ต่อเนื่องในอนาคตต่อไป
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen