ในกลุ่มคนที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากกับทางคลินิกเฉพาะทาง หนึ่งในวิธีการรักษาที่ได้ผลดีก็คือการทำเด็กหลอดแก้ว โดยในการทำเด็กหลอดแก้วก็มีขั้นตอนหลากหลายด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ET หรือการย้ายตัวอ่อน ขณะที่บางคนยังสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ครั้งนี้ทางบทความจึงต้องการนำเสนอเกี่ยวกับขั้นตอนนี้โดยเฉพาะว่า ET คืออะไร มีแบบไหนบ้าง และควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน

ET คืออะไร?

ไขข้อสงสัยแรกว่า ET คืออะไร ET นั้นย่อมาจาก Embryo Transfer หรือการย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้ว ไม่ว่าจะเป็น IVF หรือ ICSI ก็ต้องมีขั้นตอนนี้รวมอยู่ด้วย โดยขั้นตอนนี้จะไม่มีในการรักษาภาวะมีบุตรยากแบบ IUI หรือการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก เพราะการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก จะปล่อยให้ไข่และอสุจิปฏิสนธิกันในมดลูก และเกิดเป็นตัวอ่อนก่อนเจริญเป็นทารกในครรภ์ ยังคงเป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย

ไม่เหมือนกับการทำ IVF หรือ ICSI ที่เป็นการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย มีการนำไข่และอสุจิมาผสมกันในจานทดลอง เพื่อให้ได้ตัวอ่อนขึ้นมา และยังมีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนภายนอก จึงต้องอาศัยการทำ ET คือการย้ายตัวอ่อนไปฝังตัวในมดลูก

ประเภทของ ET คืออะไรบ้าง

  1. การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh Cycle)
  2. การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen Cycle)

อธิบายการย้ายตัวอ่อนแต่ละประเภท

การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh Cycle)

การย้ายตัวอ่อนรอบสด เป็นการย้ายตัวอ่อนภายใน 5 วันหลังจากเซลล์ไข่และสเปิร์มปฏิสนธิกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีการแช่แข็งตัวอ่อนเอาไว้ก่อน โดยผู้เชี่ยวชาญจะมีการเลี้ยงตัวอ่อนประมาณ 5 วัน ตัวอ่อนระยะนี้เรียกว่า Blastocyst ต่อมาในวันที่ 6 แพทย์จะนัดคนไข้เข้ามา เพื่อทำการ ET คือย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของคนไข้

การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen Cycle)

การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง เป็นการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกในรอบเดือนถัดไป คือหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงวันที่ 5 แล้ว จะยังไม่นัดคนไข้เข้ามาทำการย้ายตัวอ่อน แต่จะนำไปแช่แข็งไว้ก่อน จนกระทั่งถึงรอบเดือนถัดไป เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายตัวอ่อน ก็จะนำตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้มาละลาย และย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกตามลำดับ

เหตุผลในการเลือกประเภท ET คืออะไร?

เนื่องจาก ET หรือการย้ายตัวอ่อนมี 2 ประเภท ทำให้หลายคนสงสัยอยู่ว่าแล้วควรจะเลือกแบบไหนดี ซึ่งในความจริงแล้วการย้ายตัวอ่อนทั้ง 2 ประเภท แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยการย้ายตัวอ่อนรอบสด จะต้องทำภายใน 5 วัน ส่วนการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง สามารถย้ายในรอบเดือนถัดไปได้ ความยืดหยุ่นของเวลาการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งจะค่อนข้างยืดหยุ่นมากกว่า และหลักๆ เลยเหตุผลในการเลือกย้ายตัวอ่อนแต่ละแบบก็คือเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจมีเหตุผลอื่นประกอบการตัดสินใจได้เช่นกัน อิงตามข้อดีและข้อเสียของการย้ายตัวอ่อนแต่ละแบบ

ข้อดีของการย้ายตัวอ่อนรอบสด

  • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการย้ายตัวอ่อนแบบแช่แข็ง เนื่องจากไม่ต้องใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแช่แข็ง
  • ใกล้เคียงธรรมชาติมากกว่า
  • วิธีนี้สามารถใช้กับคนไข้ที่ไม่สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ รวมถึงใช้ได้กับคนไข้ที่ร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ดี

ข้อเสียของการย้ายตัวอ่อนรอบสด

  • มีข้อจำกัดคือเหมาะกับคนไข้ที่มีประจำเดือนมาเป็นปกติ เนื่องจากจะนับวันตกไข่ได้แม่นยำกว่า
  • มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาต่ำกว่าการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (ต้องย้ายภายใน 5 วัน)
  • พบว่าสถิติความสำเร็จของการย้ายตัวอ่อนรอบสดต่ำกว่าการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง
  • ไม่สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อดูความผิดปกติได้
  • มีโอกาสเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นอันตราย

ข้อดีของการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง

  • พบว่าสถิติความสำเร็จของการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งสูงกว่าการย้ายตัวอ่อนรอบสด
  • ครอบคลุมมากกว่า เพราะสามารถใช้ได้ทั้งกับคนไข้ที่ประจำเดือนมาปกติและคนไข้ที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลามากกว่าการย้ายตัวอ่อนรอบสด
  • สามารถตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อดูความผิดปกติได้
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป

ข้อเสียของการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการย้ายตัวอ่อนแบบสด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งและการละลายตัวอ่อน
  • ไม่เหมาะกับคนไข้ที่ไม่สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ หรือไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ดี

ดังนั้นเหตุผลในการเลือกประเภทการย้ายตัวอ่อนหรือ ET คือ เวลา หากคนไข้ไม่สามารถย้ายตัวอ่อนภายใน 5 วันได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ควรเลือกการย้ายตัวอ่อนแบบแช่แข็งดีกว่า เหตุผลต่อมาก็คือความต้องการในการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อดูความผิดปกติ หากต้องการส่วนนี้ก็ควรเลือกย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งดีกว่าเช่นกัน แต่นอกเหนือจากเวลาก็คือเรื่องงบประมาณ ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคู่สมรสหลายคู่ เนื่องจากการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการย้ายตัวอ่อนแบบสด หากมีงบจำกัดก็ควรเลือกย้ายตัวอ่อนแบบสดดีกว่า

ET คือการย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้ว หลายคนอาจยังสับสนในเรื่องของการเลือกวิธีย้ายตัวอ่อนที่หลักๆ มีด้วยกัน 2 แบบ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด เพื่อคำแนะนำโดยตรงจากบุคคลที่น่าเชื่อถือและเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ สามารถปรึกษาได้ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Millennium IVF Clinic ที่รองรับโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมให้บริการด้วยเทคโนโลยีระดับสากล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน