เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2567 ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดอบรมเชิงปฎิบัติการหลักสูตรการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการบริหารจัดการโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics)
โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนสีเขียว (Green Logistics & Supply Chain Management และสามารถนำไปประยุกต์ ใช้ในการดำเนินกิจการของตนเองได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปพัฒนาและออกแบบแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมโลจิสติกส์
ดร.พีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณด) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “นโยบายเพื่อลดคาร์บอนในกลุ่มขนส่ง” กล่าวว่า ในฐานะเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการด้านคลังสินค้าและขนส่งโลจิสติกส์อย่างครบวงจร มีเป้าหมายชัดเจนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น“โลจิสติกส์สีเขียว”อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น มีรถขนส่งตั้งแต่ขนาด 4 ล้อ ไปจนถึง 10 ล้อ เกือบ 1,000 คัน จากปัญหาค่าขนส่งด้านโลจิติกส์ มีมากถึง 13.8% ของจีดีพี ทางไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จึงได้จัดทำแผนบริหารการจัดการขนส่ง รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาใช้วางแผนระบบเส้นทางร่วมกับ SWAT Mobility จากสิงคโปร์ เพื่อประหยัดต้นทุนได้สูงสุด นอกจากนี้ยังจัดทำแผนบริหารจัดการระวางว่างร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด(ปณท) และพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อลดการสูญเสียที่เกิดจากรถเที่ยวเปล่า (Backhaul) โดยเฉพาะขากลับ ลดต้นทุนการสิ้นเปลืองได้มากกว่า 50%
พร้อมทั้ง มีการดูแลรักษารถขนส่งตามระยะทาง รถขนส่งอายุงานไม่เกิน 5 ปี รวมถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานรักษาสิ่งแวดล้อมของยูโร และศึกษาเรื่องการนำรถไฟฟ้ามาใช้ทดแทนรถที่ใช้น้ำมัน ซึ่งขณะนี้ได้ทดลอง 4 ล้อไปแล้ว และอยู่ระหว่างกำลังทดลองกับรถ 6 ล้อ ซึ่งข้อมูลจากสำนักนโยบายและแผนพลังงานจะสามารถลดต้นทุน 68% เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง โดยมีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยและทั่วโลกในภาคขนส่งให้ได้ 20-25%