โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ชี้ “Personalised Learning” เป็นทางออกปัญหาการจบมาทำงานไม่ตรงสายของเด็กไทย

ในปัจจุบันนี้ การเรียนจบมาทำงานไม่ตรงสายตามที่เรียนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม ซึ่งสาเหตุของปัญหานี้ เกิดจากการศึกษาไทยที่บีบบังคับให้เด็กนักเรียนต้องรีบเรียน รีบเลือก รีบเร่งแข่งขันกันจนไม่มีเวลาในการค้นหาตัวตน และความชอบของตัวเอง ซึ่งภาระตกไปที่ตัวเด็ก เด็กต้องแบกรับความกดดันจากการมีเป้าหมายชีวิตที่ไม่ชัดเจน

การศึกษาไทยยุคนี้ ทำให้เด็กตั้งหน้าตั้งตาเรียนไปให้ครบจบตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าแท้จริงแล้วเราควรเรียนกันไปทำไม การเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเลือกเข้ามหาวิทยาลัยก็ควรที่จะได้รู้เบื้องต้นว่ามีความชอบอะไร ถนัดในด้านอะไร เพื่อให้ในอนาคตจะได้สามารถตั้งใจกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว แต่การศึกษาไทยกลับไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้มีอิสระในการคิดค้นหาตัวเอง แต่เป็นการเรียนตามหลักสูตรพื้นฐานที่ได้ตั้งไว้อย่างเดียว โดยที่ไม่คำนึงเลยว่าเด็กมีความสุขกับการเรียนหรือไม่ เด็กได้ชอบในสิ่งที่เรียนหรือเปล่า อีกทั้งการที่คนในสังคมส่วนใหญ่มักมีค่านิยมในการมองเด็กที่มีคะแนนสูงหรือคนที่เก่งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เป็นพิเศษ ว่าต้องเรียนหมอเท่านั้น การทำแบบนี้จะทำให้เกิดการกดดันเด็ก ให้เป็นไปตามแบบแผนที่สังคมอยากให้เป็น การถูกบีบให้ทำตามสังคม หรือไปตามเพื่อน โดยที่สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราหลงใหล สุดท้ายการตัดสินใจที่ผิดก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กในภายหลัง

โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา หรือ LSP School จึงได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จากประสบการณ์การทำสถาบันกวดวิชา จึงมองเห็นถึงปัญหาของการศึกษาของไทย ที่มีการจัดการเรียนการสอนมากถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่เด็กจะสามารถบรรลุไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ ทำให้เด็กส่วนใหญ่ยังคงต้องไปเรียนเสริมหลังเลิกเรียนที่กวดวิชา ดังนั้นทาง Learn Corporation จึงต้องการสร้างโรงเรียนที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายของเด็ก และสามารถบรรลุผลประสบความสำเร็จให้ได้ในรูปแบบที่ครบจบในที่เดียว โดยเด็กไม่จำเป็นต้องไปกวดวิชาหรือเรียนเสริมต่อ เพราะมีแนวคิดว่าการที่ให้เด็กได้มีเวลาหลังเลิกเรียนไปชีวิตตามที่ต้องการนั้น มีความสำคัญมากกว่าการไปเรียนเสริม

จึงทำให้เป็นที่มาของการนำแนวคิดการเรียนแบบ “Personalised Learning” ตามมาตราฐานโรงเรียนสากลมาใช้ เป็นการเรียนที่เน้นในการค้นหาตัวตนของเด็ก ไม่ใช่แค่ชอบตามเพื่อนหรือเลือกเพราะแบบแผนตามที่สังคมกำหนดไว้ว่าต้องเป็น ให้เด็กได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของตัวเองว่าต้องการอะไร มีความชอบด้านใด ถนัดในสิ่งใด และให้มั่นใจได้ว่าจะมี Passion กับสิ่งนั้นไปตลอด

ซึ่งมาพร้อมกับหลักสูตรและโซลูชั่นภายใต้แนวคิด “Be the best in your way” ที่เชื่อว่านักเรียนทุกคนสามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขตามแบบของตัวเองได้ ได้แก่ Signature Program, International Signature และหลักสูตรใหม่ล่าสุด International Program (US Dual Diploma) หลักสูตรควบ 2 วุฒิการศึกษา ที่เกิดจาก Diploma ควบคู่กับวุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรนี้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่ได้ใน 3 มิติ ดังนี้

  • Explorations การค้นหาตัวตน: นักเรียนทุกคนจะได้ค้นหาตัวตนในแง่มุมต่าง ๆ ตามความสนใจ ความชอบ และความถนัด ผ่านการพูดคุยกับครูที่ปรึกษา การประเมินบุคลิกภาพและความถนัด (RIASEC) โดยทีมครูจิตวิทยา รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจด้วยวิชาเลือกกว่า 40 วิซาในหลากหลายแขนง เปิดสอนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ตลอดจนการทำกิจกรรม I-Career Workshop ให้เด็กได้รู้จักอาชีพที่หลากหลาย ผ่านการสวมบทบาทตามสถานการณ์จำลอง และต่อยอดไปสู่การฝึกงานในสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงตามสายอาชีพที่สนใจ
  • language ภาษา: นักเรียนสามารถใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านหลักสูตรที่ได้มาตราฐานสากลอย่าง Cambridge International School และเตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัยนานาชาติและต่างประเทศ โดยการฝึกทำข้อสอบ ELTS พร้อมฝึกฝนการสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโอกาสสู่โลกกว้างผ่านซัมเมอร์แคมป์ และกิจกรรมเวิร์กชอปต่าง ๆ ร่วมกับ APPA
  • Academic Rigour and Matriculation ความเข้มข้นทางด้านวิชากรและการสอบเข้า: ผลักดันให้ เข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้ตามความฝัน โดยมี 4 Career Track หรือ แผนการเรียนให้เลือกทั้ง 4 แผน ได้แก่ Track 1: General Health Science, Track 2: Engineering & Technology, Track 3: Commercial Arts และ Track 4: Business Social Sciences & 3 Language

จากแนวคิดและหลักสูตรทั้งหมดนี้ จะเป็นการเน้นให้เด็กได้ลองลงมือทำจริง เนื่องจากเชื่อว่าการได้ลงมือทำจริง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้รู้ตัวได้ว่าชอบสิ่งไหน และทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจได้ว่าจะไม่หลงทาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของการศึกษาไทยยุคใหม่ ที่จะทำให้ปัญหาการทำงานไม่ตรงสายหมดไป เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีสิทธิ์ที่จะเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ ในด้านที่ตัวเองมีความถนัด และมีความสุขที่จะได้ทำต่อไปในอนาคตระยะยาว โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนาเป็นต้นแบบของ Personalised Education ในไทย และเป็นทางออกของการศึกษาไทยที่จะเปลี่ยนจากการสอนหลักสูตรแบบเดิม ๆ เพื่อพาเด็กไทยให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพพร้อมด้วยสุขภาพจิตที่ดี

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ได้ทางเว็บไซต์ www.lsp.ac.th, Facebook: LSP Learn Satit Pattana และ LINE : @lspschool

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน