กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนองแนวพระราชดำริ “ น้ำ คือชีวิต” ด้วยการจัดทำโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในคลองท่าหลวงและคลองโกรงเกรง ตลอดจนแหล่งน้ำจากหนองและบึงต่าง ๆ ในพื้นที่ 3 ตำบลของจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก จากปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขินเพราะการพังทลายของตลิ่ง และการทับถมของวัชพืชและดินทรายที่ไหลมา เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการใช้สำหรับการเกษตรเกือบ 50,000 ไร่ โดยมีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 3,300 ครัวเรือน
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 3 ตำบลในจังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก ที่ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วยงานขุดลอกปรับปรุงแหล่งน้ำและสิ่งก่อสร้างตลอดจนการจัดสร้างเครือข่ายภาคประชาชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยมีกลุ่มผู้ใช้น้ำของทั้ง 3 ตำบล เป็นผู้บริหารงานในการวางแผนการใช้น้ำเพื่อให้สามารถใช้ได้ตลอดปีโดยไม่ขาดแคลน เกิดผลดีในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการทำเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบล

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า
“กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำจากความเดือดร้อนในพื้นที่ 3 ตำบล ใน 2 จังหวัด คือตำบลป่ามะคาบ ตำบลท่าฬ่อ ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และ ตำบล ไผ่ล้อม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งประกอบด้วยคลองท่าหลวง คลองโกรงเกรง รวมทั้งหนองน้ำและบึงที่ใช้ทำการเกษตรเกิดสภาพที่เรียกว่า ตื้นเขินจากการพังทลายและการทับถมของทราย ซากวัชพืช ตลอดจนการพังทลายของตลิ่ง ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้มากพอ ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ส่วนในฤดูฝนนั้นจะมีน้ำไหลผ่านคลองจำนวนมากแต่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ บางพื้นที่มีน้ำไหลท่วมเกิดความเสียหายต่อพืชผลหลายพื้นที่

ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 6 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำ จึงได้ดำเนินการจัดแผนพัฒนาเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปีงบประมาณ 2558 – 2563 และระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2564 – 2566 สำหรับการดำเนินงานนั้น จะมีทั้งการพัฒนาลักษณะแก้มลิงโดยขุดลอกหนองน้ำ ตลอดจนแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรม ตื้นเขินให้สามารถรองรับน้ำนองในช่วงฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างพอเพียงและเหมาะสม การเชื่อมโยงอ่างพวง โดยการขุดลอกห้วย คลอง เชื่อมกับหนองน้ำที่ทำการปรับปรุงฟื้นฟูให้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยน้ำสามารถไหลถึงกันทั้งหมดครอบคลุมทั่วพื้นที่ การพัฒนาประตูระบายน้ำทั้งเข้าและขาออก และพัฒนาระบบเครือข่ายน้ำเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทางน้ำให้สามารถผันน้ำปริมาณส่วนเกินให้ไหลจากแหล่งน้ำแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งที่สามารถรองรับน้ำส่วนเกินได้ นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำและระบบท่อส่งกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน รวมทั้งสร้างถังทรงสูงแคปซูล ความจุน้ำ 100,000 ลิตรต่อถัง จำนวน 6 ถัง เพื่อสำรองและกระจายน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกให้ประชาชนสามารถใช้น้ำได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

นอกจากนี้กรมทรัพยากรน้ำยังได้สร้างเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และผู้นำท้องถิ่นในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อวางแผนการใช้น้ำได้ไม่ขาดแคลน และยังได้ออกแบบติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำที่ไหลออกจากระบบถังสำรองน้ำ รวมทั้งการติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำ ณ บริเวณหัวจ่ายน้ำ ตลอดจนการออกแบบติดตั้งระบบติดตามและบำรุงรักษาระบบปั๊ม รวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานของแผงโซลาร์เซลล์ผ่านระบบคลาวด์และแอพพลิเคชั่นผ่านระบบมือถือด้วย”