วันที่ 5 ส..ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่าเมื่อไม่นานมานี้ มอบหมายให้นายชนดนย์ กฤตเมธาวี และนายชนวีร์ กฤตเมธาวี ทีมเลขานุการส่วนตัว ต้อนรับนายชาญณรงค์ วงศ์ศรี หัวหน้าส่วนตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก

พร้อมด้วย นายวรวุฒิ ยางสกุล หัวหน้างานตรวจสภาพรถยนต์ นายสุรศักดิ์ เรณุมาร หัวหน้าหมวดตรวจสภาพรถยนต์ นายพิทักษ์ สีสุ่น หัวหน้าหมวดตรวจสภาพรถรับจ้างและรถอื่น นายนราวุธ ภิรมย์เชย หัวหน้าหมวดตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ และนายช่างตรวจสภาพรถในสังกัดส่วนตรวจสภาพรถ รวม 15 ท่าน เข้าเยี่ยมชมเจษฎาเทคนิคมิวเซียม

เพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ ส่วนควบ และองค์ประกอบของรถโบราณในรูปแบบต่างๆ สำหรับการจดทะเบียนรถยนต์โบราณ (Classic Car) ตามนโยบายการสร้างพลังสร้างสรรค์ Soft Power และมาตรการส่งเสริมงานศิลปะทั้งด้านจิตรกรรมและประติมากรรม และรถยนต์โบราณ (Classic Car) ของรัฐบาล

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า นโยบายเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ โดยมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรม 5 รูปแบบ ที่เรียกว่า 5 F ได้แก่ อาหารไทย (Food) ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ (Film) การออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทยหรือมวยไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณีไทย (Festival) จนโด่งดังไปทั่วโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลกำหนดมาตรการส่งเสริมงานศิลปะและรถยนต์โบราณให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเที่ยว มาทำงาน และมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกหนึ่งทาง

ในฐานะผู้บริหารของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเห็นว่ารถยนต์โบราณทั้งหลาย สามารถเป็นซอฟต์พาเวอร์ ได้

ดร.ภาคภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจษฎาเทคนิคมิวเซียมก่อตั้งเมื่อปี 2549 โดยมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ก่อตั้งโดย คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ คุณพ่อของตน โดยมีปณิธานที่จะทำให้เจษฎาเทคนิคมิวเซียมเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่หวังผลกำไร มุ่งหวังอนุรักษ์มรดกและประวัติศาสตร์ทางยานพาหนะและเครื่องจักรกลจากทั่วทุกมุมโลก เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์และแรงบันดาลใจแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป และทำกิจกรรมร่วมมือกับทุกรัฐบาลมาเป็นอย่างดี

ที่ผ่านมาเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้นำรถโบราณเข้าร่วมงานสำคัญต่างๆ มาอย่างสม่ำเสมอ อาทิ งานไมโครคาร์พาเหรดเฉลิมพระเกียรติ 12 ส.ค. มหาราชินี ปี 2556, งานไมโครคาร์เฉลิมพระเกียรติ 87 พรรษา มหาราช เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2557, นำรถบัสบริการรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวชมเมือง เนื่องในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 ส.ค. 2565 โดยใช้ชื่อว่า “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน” และกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชน เนื่องในวรโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 2-4 ธ.ค. 2565 เป็นต้น

นอกจากนี้ จษฎาเทคนิคมิวเซียมได้นำรถไมโครคาร์และรถคลาสสิค เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.2567 ณ ทำเนียบรัฐบาล และกิจกรรมล่าสุดคือ นำรถบัสโบราณเปิดประทุนเข้าร่วมงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE 2024” เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) ซึ่งเป็นขบวนพาเหรดเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคให้เกิดขึ้นกับทุกกลุ่มคนในสังคม

default

ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้ายว่า “ตามที่เคยแจ้งไปว่าเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการเข้าเยี่ยมชมในปี 2567 นั้น เราจึงได้กำหนดเป้าหมายต่อไปคือเราจะเปิดเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เข้าชมประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 ซึ่งอาจจะเปิดให้ชมส่วนหนึ่งก่อนจากพื้นที่ทั้งหมด 70 ไร่ และมีสิ่งที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ รับรองว่าคุ้มค่ากับการเดินทางและประทับใจอย่างแน่นอน

และในระหว่างที่เรายังไม่เปิดให้บริการ แฟนคลับรถโบราณหรือรถยนต์คันเล็กๆ น่ารักๆ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ ของเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ทางช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Page Facebook : Jesada Technik Museum และช่อง Youtube : Jesada Technik Museum และติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-339468”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน